โฆษกศาลชี้ “บรรยิน” ขอยืดเวลาตรวจหลักฐานในคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา เป็นสิทธิทำได้ ส่วนคดีวางแผนแหกคุกถือว่าต่างกรรม

วันนี้ (23 มิ.ย.) นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีที่ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นจำเลยในคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา โดยศาลให้เวลาในการตรวจพยานหลักฐาน 30 วัน ซึ่ง พ.ต.ท.บรรยิน ได้แถลงต่อศาลเพื่อขอความเมตตาขยายเวลาในการนัดตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่ม จาก 30 วัน เป็น 60 วัน ว่าเป็นสิทธิที่จำเลยสามารถแถลงร้องขอต่อศาลได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่าจะอนุญาตตามที่จำเลยร้องขอหรือไม่ ซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบฯ ใช้ระบบวิธีพิจารณาคดีแบบไต่สวน คือศาลจะไต่สวนจำเลยด้วยตนเองจนปราศจากข้อสงสัย ต่างจากศาลคดีอาญาทั่วไป ที่ใช้ระบบพิจาณาคดีแบบกล่าวหา

“สำหรับกรณีที่ พ.ต.ท.บรรยิน วางแผนแหกคุกโดยพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามประสานกับเรือนจำแจ้งข้อกล่าวหาแก่ พ.ต.ท.บรรยิน เพิ่มเติม ในข้อหา “เป็นผู้กระทำการให้ผู้ถูกคุมขังตามอำนาจศาลหลุดพ้นจากการคุมขัง และเป็นผู้ใช้จ้างวานผู้อื่นกระทำผิด” รวม 2 ข้อหา ถือเป็นคดีที่เกิดขึ้นภายหลังจากคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา หรืออาจจะเรียกได้ว่าต่างกรรมต่างวาระ ซึ่งตำรวจต้องประสานกับเรือนจำเพื่อดำเนินการ และจะต้องส่งฟ้องศาลในพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งสองคดีนี้ไม่เกี่ยวข้องกัน”  โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อคุณ