สืบเนื่องจากพฤติการณ์ในคดี เมื่อช่วงกลางปี 2565 นางสาวน้ำผึ้งได้เข้าทำงานเป็นพนักงานขายในบริษัทจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกแห่งหนึ่ง โดยได้รับความไว้วางใจให้ดูแลการติดต่อเสนอขายสินค้าและมีอำนาจรับชำระเงินจากลูกค้าแทนบริษัท แต่ต่อมาในช่วงเดือนกันยายนของปีเดียวกัน ผู้ต้องหาได้ตกลงซื้อขายสินค้ากับลูกค้ารายใหญ่รายหนึ่งเป็นเงินจำนวน 120,000 บาท ซึ่งลูกค้าได้ทำการทยอยชำระเงินให้จำนวน 2 งวด งวดละ 60,000 บาท ทว่าผู้ต้องหากลับอาศัยช่องโหว่จากการรับชำระเงินทั้งรูปแบบเงินสดและโอนเข้าบัญชีส่วนตัว ยักยอกเงินทั้งหมดไปเป็นประโยชน์ส่วนตนโดยทุจริต ไม่ยอมนำส่งเข้าบัญชีบริษัทตามระเบียบ เมื่อทางบริษัทตรวจสอบพบความผิดปกติจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ลำลูกกา

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. จึงได้สั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ (ตำรวจคอมมานโด) นำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันวางแผนเข้าจับกุมตัว นางสาวน้ำผึ้ง หรือ “ออย” พ่วงสำโรง อายุ 40 ปี ชาวเขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 253/2569 ลงวันที่ 19 มีนาคม 2569 ในข้อหา “ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง หรืออยู่ในความครอบครองของนายจ้าง”

โดยสามารถรวบตัวได้บริเวณหน้าสถานีรถไฟรังสิต ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เมื่อเวลาประมาณ 22.30 น. ของวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมาจากการตรวจสอบประวัติพบ เคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันมาแล้วเมื่อปี 2568 สร้างความเสียหายอีกหลายหมื่นบาท ตำรวจเชื่ออาจมีผู้เสียหายเพิ่มเติม พร้อมฝากเตือนผู้ประกอบการและประชาชนให้เพิ่มความรอบคอบในการรับชำระเงิน ควรโอนเข้าบัญชีบริษัทโดยตรงและตรวจสอบยอดทุกครั้ง เพื่อป้องกันความเสียหายจากมิจฉาชีพในคราบพนักงาน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อคุณ