ไร้วี่แวว..ร.ต.อ.ทรงกลด รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยัน ร.ต.อ.ให้การสอดคล้องกับผลนิติวิทยาศาสตร์  ขณะที่ จนท.พฐก. เข้าเก็บรวบร่วมพยานหลักฐานบ้านเกิดเหตุ ย่านถนนแฮปปี้แลนด์ ผบก.น.4 ยัน ร.ต.อ.รับสารภาพภรรยาไม่ได้ฆ่าตัวตาย

จากกรณี น.ส.พิมชฎาพร ภูแย้มไสย์ อายุ 30 ปี นอนเสียชีวิตบนโซฟาในบ้านหลังหนึ่ง ย่านบางกะปิ กรุงเทพฯ มีร่องรอยกระสุนปืนขนาด .45 ออโต้ ยิงเข้าที่บริเวณศีรษะด้านซ้าย 1 นัด โดย ร.ต.อ.ทรงกลด บุญส่ง รองสว.(สืบสวน) สน.วังทองหลาง สามีผู้ตายให้การเบื้องต้นว่าภรรยายิงตัวตายเพราะเครียดปัญหาบางอย่าง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม แม่ของผู้ตายไม่เชื่อว่าลูกสาวยิงตัวตาย สงสัยว่าอาจเป็นการฆาตกรรมอำพราง

วันนี้ (22 มิ.ย.) เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ สน.ลาดพร้าว ภายหลังจากควบคุมตัว ร.ต.อ.ทรงกลด บุญส่ง หรือผู้กองบอย ผู้ต้องต้องหาในคดีฆ่าภรรยาสาว ล่าสุดมีกระเเสข่าวว่าตำรวจจะควบคุมตัว ร.ต.อ.ทรงกลด มาแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมสอบปากคำเพิ่มเติม ที่ สน.ลาดพร้าว แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่ไม่มีการนำตัวเข้ามาที่ สน.แอย่างใด

ขณะเดียวกันทางด้าน พล.ต.ต.ธีรพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 ได้ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ ร.ต.อ.ทรงกลด อยู่ในความควบคุมของตำรวจ สน.ลาดพร้าว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อให้เคลียร์ในทุกประเด็นที่ยังมีข้อสงสัย เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญ ประชาชนยังเคลือบแคลงสงสัย และให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง อีกทั้งผู้ต้องหาในคดีนี้ยังเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสัญญาบัตร จึงจำเป็นต้องสอบปากคำให้ครอบคลุมทุกประเด็น ต้องตอบคำถามสังคมได้อย่างครบถ้วน ทั้งนี้ทางผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4  ยังยืนยันอีกว่า ถึงแม้ว่าผู้ต้องหาในคดีนี้จะเป็นตำรวจ ก็ไม่มีการช่วยเหลือ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง พร้อมย้ำว่า เมื่อเลือกที่จะเป็นตำรวจ ผิดก็ต้องยอมร

ด้าน พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวถึงกรณี ร.ต.อ.ทรงกลด บุญส่ง หรือผู้กองบอย รอง สว.สืบสวน สน.วังทองหลาง ยิงแฟนสาวตัวเองเสียชีวิตที่บ้านพักในพื้นที่ สน.ลาดพร้าว ว่า ได้รับรายงานถึงการซักถามพฤติกรรมการก่อเหตุ ร.ต.อ.ทราบว่าเจ้าตัวไม่ได้มีเจตนาฆ่าผู้ตาย แต่เนื่องจากผู้ก่อเหตุบันดาลโทสะเพราะทะเลาะเบาะแว้งกับผู้ตายด้วยปัญหาภายในครอบครัวอย่างรุนแรงแล้วเกิดการยื้อแย่งปืนกันจนทำปืนลั่นใส่ผู้ตาย จึงเข้าข่ายกระทำผิดฐานเจตนาฆ่าผู้อื่น ขณะนี้ยังคงต้องสอบปากคำ ร.ต.อ.เพิ่มเติม ซึ่งเจ้าตัวยังอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ภายในพื้นที่ ทั้งนี้ก็ยืนยันว่าต้องให้ความยุติธรรมกับทั้งสองฝ่าย โดยจะยึดถือผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์มาเป็นเครื่องมือยืนยัน ไม่มีใครสามารถดิ้นได้

ขณะที่ ทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง (พฐก.) ได้เข้าทำการตรวจพิสูจน์และเก็บรวบร่วมพยานหลักฐาน ภายในบ้านเกิดเหตุ ย่านถนนแฮปปี้แลนด์สายเก่า แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ โดย พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์ระฐพิทักษณ์ ผบก.น.4 เปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดี ว่า ในช่วงที่สอบถามข้อมูล ทางผู้ต้องหาร้องไห้ขณะที่รับสารภาพว่า ภรรยานั้น ไม่ได้ฆ่าตัวตาย ตนเองเป็นคนที่ทำให้ภรรยาเสียชีวิตจริง ส่วนสาเหตุนั้น มาจากทะเลาะกัน เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางฝ่ายชายมีภรรยา 1 คน แล้วก็มีลูกด้วยกัน จากนั้นก็มาคบหากับผู้ตาย และมีลูกด้วยกันอีก 1 คน ซึ่งในระหว่างนี้ทางฝ่ายชายก็ไม่ได้เลิกรากับภรรยาคนแรกอย่างเด็ดขาดกลับไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งลูกจนมีลูกอีก 1 คน อายุประมาณ 4 เดือน และทั้งสองฝ่ายมีการโพสต์เฟสบุ๊คพาดพิงถึงกันและกัน

ปัญหานี้เกิดมานานนับปี สะสมมาเรื่อย ๆ จนมีปากเสียงกันมาตลอด กระทั่งวันเกิดเหตุ หลังจากที่ฝ่ายชายออกเวรมา ก็นั่งดื่มสุราอยู่ชั้นล่าง และผู้ตายเดินลงมา แล้วทะเลาะกันจนมีปากเสียง และหลังจากนั้นผู้ตายก็ขึ้นไปนอนข้างบนแต่ฝ่ายชายตามมาง้อ และขอหลับนอนด้วย แต่ฝ่ายหญิงไม่ยอม เดินหนีมานอนข้างล่าง ด้วยความโมโห ฝ่ายชายจึงเดินตามลงมา โดยมีการหยิบปืนมาด้วย และมีการยื้อแย่งกัน จนเกิดปื่นลั่น ทำให้ฝ่ายหญิงเสียชีวิต

โดยหลังจากที่เกิดเหตุ ทางฝ่ายชายได้โทรหามารดา ให้มาหา แล้วก็มีความคิดที่จะฆ่าตัวตายตาม ส่วนปืนที่เป็นอาวุธในการก่อเหตุ ผู้ต้องหาได้มีการเอาปืนมากดล็อคเซฟอัตโนมัติ เพื่อไม่ให้ปืนลั่น และเอามาวางไว้ในที่เกิดเหตุ  จากการตรวจสอบมีเขม่นปืนอยู่ที่มือขวาของทั้งคู่ และกระสุนเข้าที่ขมับซ๊าย เฉียงไป 85 องศา ประกอบกับฝ่ายหญิงถนัดมือขวา จึงเป็นไปไม่ได้ฝ่ายหญิงจะฆ่าตัวตาย

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อคุณ