จนท.ดีเอสไอ บูรณาการร่วมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ สนธิกำลังฝ่ายปกครอง และตำรวจ กวาดล้างแก๊งปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหด 19 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก

วันนี้ 17 มิถุนายน 2563 ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ถนนแจ้งวัฒนะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ ภายใต้การอำนวยการของ นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พันตำรวจโท วิชัย สุวรรณประเสริฐ ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยี และสารสนเทศ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม และ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม เลขานุการศูนย์ฯ ได้บูรณาการร่วมกับ นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และ พลตำรวจตรี ถวาย บูรณรักษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ได้สนธิกำลังระดมกวาดล้างจับกุมแก๊งปล่อยเงินกู้นอกระบบ ได้ผู้ต้องหา รวม 19 ราย โดยกล่าวหาว่า “ให้กู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต และประกอบกิจการให้สินเชื่อทางการค้าปกติโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย”

เบื้องต้น จากการตรวจสอบพบว่าคิดดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 20 ต่อ 24 วัน คิดเป็นร้อยละกว่า 300 บาท ต่อปี (เกินกฎหมายกำหนดให้เรียกดอกเบี้ยเงินกู้ยืมได้ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี)  พร้อมตรวจยึดรถยนต์ของกลาง 10 คัน เงินสด 590,530 บาท โทรศัพท์มือถือกว่า 20 เครื่อง และเอกสารหลักฐานการกู้ยืมเงินหลายรายการ หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชน กรณีถูกกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบ คุกคามต่อชีวิตและทรัพย์สิน ในพื้นที่อำเภอสังขะ อำเภอท่าตูม อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์  พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุดำเนินคดี ได้แก่ ในพื้นที่อำเภอสังขะ รวม 17 คน ตรวจยึดรถยนต์ 9 คัน เงินสดของกลาง 433,670 บาท  ในพื้นที่อำเภอท่าตูม 1 คน ตรวจยึดของกลาง รถจักรยานยนต์ 1 คัน เงินสดของกลาง 62,280 บาท และในพื้นที่อำเภอสนม 1 คน ตรวจยึดของกลาง รถยนต์กระบะ 1 คัน เงินสดของกลาง 94,580 บาท

ทั้งนี้ ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับแจ้งข้อมูลเบาะแสจากประชาชน จึงได้ประสานกับหน่วยงานในพื้นที่เข้าทำการจับกุมดังกล่าว ซึ่งทางการสืบสวนพบว่า เป็นนายทุนจากต่างถิ่นเข้ามาตระเวนปล่อยเงินกู้และเก็บเงินกู้ในพื้นที่ภาคอีสาน เรียกกันทั่วไปว่า “แก๊งหมวกกันน็อก” ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม โดยบันทึกข้อมูลการกู้ยืมเงินไว้ในโทรศัพท์มือถือ ใช้รถยนต์เป็นพาหนะ รถยนต์บางคันไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และจากการตรวจสอบประวัติผู้ถูกจับกุมและยานพาหนะที่ใช้โดยส่วนใหญ่จะมาจากพื้นที่ภาคกลาง เช่น กรุงเทพมหานคร อุทัยธานี ปทุมธานี ระยอง และพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง เช่น นครราชสีมา สกลนคร มหาสารคาม เป็นต้น ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษจะรวบรวมข้อมูลหลักฐาน เพื่อทำการสืบสวนขยายผลกับกลุ่มนายทุนที่อยู่เบื้องหลังต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อคุณ