
เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่16 มิ.ย.2563 ที่ ศาลอาญารัชดาภิเษก นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. นายแพทย์เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. ได้เดินทางมาศาลตามที่ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานในคดีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ “นปช.” จัดชุมนุมไล่รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครั้งแรกเมื่อปี 2552 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช., นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช., นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช., นายแพทย์เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. กับพวกรวม 13 คน เป็นจำเลยที่ 1-13 กรณีกลุ่ม นปช.จัดการชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครั้งแรกเมื่อปี 2552

ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาฯ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่อง ให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปฯ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือผู้มีหน้าที่สั่งการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 และฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ที่ห้ามชุมนุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธ

วันนี้แกนนำและแนวร่วม นปช. ที่เป็นจำเลยเดินทางมาศาล พร้อมเบิกตัวนายพายัพ ปั้นเกตุ จำเลยที่ 9 และนายพงศ์พิเชษฐ์ หรือพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง จำเลยที่ 10 ซึ่งถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาคดีล้มการประชุมอาเซียน มาศาล



ในการพิจารณา มีการยื่นหลักฐานยืนยันการเสียชีวิตของนายพีระ พริ้งกลาง จำเลยที่ 12 ศาลพิเคราะห์แล้วจำเลยที่ 12 ถึงแก่ความตาย เป็นเหตุระงับ ให้จำหน่ายคดีส่วนของจำเลยที่ 12 ออกจากสารบบความ ขณะที่นายอดิศร เพียงเกษ จำเลยที่ 11 ยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาลับหลัง เนื่องจากจำเลยเป็น กมธ.วิสามัญของสภาฯ ต้องร่วมประชุม ไม่สามารถมาศาลได้ทุกนัด ศาลพิจารณาแล้วอนุญาต ส่วนนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จำเลยที่ 3 และนายพิพัฒน์ชัย หรือสมชาย ไพบูลย์ จำเลยที่ 8 มีการแต่งตั้งทนายความใหม่ ติดว่าความที่ศาลอื่น ศาลจึงให้เลื่อนการสืบพยานโจทก์ไปเป็นวันที่ 15 ก.ค. นี้




