เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม นายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย (สพท.) และหัวหน้าพรรคแรงงานสร้างชาติ เปิดเผยถึงสถานการณ์ด้านแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า จากการปะทะกันระหว่างทั้งสองประเทศ ส่งผลให้แรงงานสัญชาติกัมพูชาทยอยเดินทางกลับประเทศและบางส่วนที่ยังไม่กลับไปประเทศต้นทาง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวได้ก่อให้เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานในฝั่งประเทศไทย โดยตนมองว่า การจ้างงานของประเทศไทยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าแรงงานข้ามชาติเพียงอย่างเดียว แต่ควรหันมาใช้แรงงานไทยทดแทนแรงงานข้ามชาติที่ขาดหายไป และเสนอว่าควรมีการพัฒนาทักษะและยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานไทยให้ดียิ่งขึ้น

“เราต้องมีการผลิตแรงงานไทยขึ้นมาใหม่ เช่น คนว่างงาน รวมถึงผู้ที่เพิ่งจบการศึกษาใหม่ ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการฝึกทักษะด้านแรงงาน ต่อสายป่านในการฝึกอาชีพและพัฒนาฝีมือให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่กำลังขาดแคลนแรงงานในขณะนี้ นอกจากนี้ ยังควรให้ความสำคัญกับการจัดสวัสดิการแรงงานที่เหมาะสม และกำหนดค่าจ้างให้เป็นธรรมต่อแรงงานไทย ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องพึ่งแรงงานข้ามชาติ และมองว่าคนไทยสามารถทดแทนได้” นายมนัส กล่าว

ส่วนการนำเข้าแรงงานสัญชาติอื่น เพื่อทดแทนแรงงานกัมพูชาที่ขาดแคลน เช่น แรงงานจากประเทศศรีลังกาและประเทศลาวนั้น นายมนัส กล่าวว่า ในช่วงปลายปี 2567 ที่ผ่านมา ตนในฐานะอนุกรรมาธิการฯ ได้เดินทางไปเยือนประเทศลาว เพื่อพบปะกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานของลาว รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ ซึ่งได้มีการหารือถึงประเด็นด้านแรงงาน โดยประเทศลาวเป็นประเทศที่มีประชากรน้อย จึงมีความต้องการที่จะสงวนแรงงานไว้ทำงานในประเทศของลาวเอง แม้ว่าแรงงานลาวจะสามารถสื่อสารภาษาไทยได้ และประเทศไทยเองก็มีความต้องการแรงงานลาว แต่มีจำนวนน้อยมากที่แรงงานลาวจะเดินทางเข้ามาทำงานในไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้น การที่จะทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างไทยกับลาวในการนำเข้าแรงงานลาวมาทำงานในไทยนั้นคงลำบาก

“ทั้งในบทบาทของประธานสภาลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย และหัวหน้าพรรคแรงงานสร้างชาติ ซึ่งมีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องการส่งเสริมให้แรงงานไทย โดยเฉพาะคนไทยที่กำลังว่างงานซึ่งมีอยู่ราวเกือบ 1 ล้านคนให้มีงานทำ โดยนำแรงงานกลุ่มนี้เข้ารับการฝึกอบรม พัฒนาฝีมือแรงงาน ตามงบประมาณจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่มีอยู่ เพื่อให้สามารถทดแทนแรงงานข้ามชาติที่ขาดหายไป มากกว่าการที่จะดึงแรงงานข้ามชาติเข้ามา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อคุณ