เมื่อเวลา 02.20 น. ของวันที่ 11 สิงหาคม 63 เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานสถานีตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุมิตร ศรีนวล ผกก.สภ.ควนขนุน และแพทย์เวร เข้าตรวจสอบเหตุปืนลั่นมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ที่บ้านเลขที่ 200 ม.1 ต.แหลมโตนด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ของนายวุฒิพงศ์ เส้งเอียด อายุ 53 ปี อบต.ม.15 ต.ปันแต อ.ควนขนุน เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบศพนายเกริกชัย เส้งเอียด อายุ 25 ปี ลูกชายเจ้าของบ้านนอนจมกองเลือดอยู่บริเวณประตูบ้าน โดยมีนายวุฒิพงศ์ ฯผู้เป็นพ่อนั่งมองร่างลูกชายด้วยอาการโศกเศร้าเสียใจ บริเวณห้องโถงใกล้ศพยังพบกองเลือด อีกหลายจุด ทราบว่าเป็นเลือดของนางอมรรัตน์ เส้งเอียด อายุ 48 ปี เป็นแม่ของผู้ตาย ได้รับบาดเจ็บเนื่องจากถูกกระสุนปืนบริเวณแขนขวาจำนวน 1 นัด กระสุนฝังใน เจ้าหน้าที่เร่งนำส่งโรงพยาบาลพัทลุง ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยังพบอาวุธปืนจุด 40 มม. จำนวน 1 กระบอก วางอยู่บนหมอนใกล้ศพผู้ตาย พร้อมหัวกระสุนอาวุธปืน จุด 40 มม จำนวน 1 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายวุฒิพงศ์ เส้งเอียด พ่อผู้ตาย ทราบว่าก่อนเกิดเหตุลูกชายออกไปหาแฟนสาว หลังจากนั้นก็กลับบ้านด้วยอาการมืนเมา เมื่อมาถึงบ้านรีบเข้าไปคว้าอาวุธปืนขนาด จุด 40 ซึ่งจดทะเบียนเป็นชื่อของตน เก็บไว้ในห้องนอน แล้วบอกว่าจะไปยิงคู่อริ ตนกับภรรยาเห็นท่าไม่ดีจึงเข้าห้ามพร้อมแย่งอาวุธปืน ในขณะที่ยื้อแย่งปืนกันอย่างชุลมุน ปืนลั่นจำนวน 4 นัดไปถูกภรรยาจำนวน 1 แผล และถูกลูกชายเข้าหน้าอกซ้าย 2 แผล ใต้ราวนมซ้าย 1 แผล อกขวา 1 แผล ด้านหลัง 1 แผล และข้อมืออีก 1 แผล ทำให้ลูกชายเสียชีวิต

นายวุฒิพงศ์ฯยังเล่าอีกว่าก่อนหน้านี้ลูกชายไปติดพันธ์สาวในตัวเมืองพัทลุง ช่วงหลังก็เลิกรากันไป ตนก็ไม่ทราบสาเหตุ หลังจากเลิกรากับแฟนสาวลูกชายขอเข้ามานอนด้วยกันในห้องของตน และจะขอนอนตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่ จะขอให้พ่อกับแม่นอนกอด เป็นอย่างนี้มาประมาณ 10 คืน ทุกครั้งที่ไปดื่มมาจนเมาก็จะกลับมานอนกับพ่อ แม่ ทุกคืนล่าสุดไปรู้จักหญิงสาวคนใหม่เมื่อไม่นาน ก่อนเกิดเหตุตนคิดว่าไปหาสาวคนใหม่ และกลับมาเมาอาละวาดจนก่อเหตุดังกล่าว
อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งทางวิทยาศาสตร์ และหลักฐานในที่เกิดเหตุ ในเบื้องต้นได้แจ้งข้อหานายวุฒิพงศ์ ฯในข้อหากระทำโดยประมาทส่งผลให้ผู้อื่นเสียชีวิตไว้ก่อน
ภาพ/ข่าว ไสว รุยันต์ ผู้สื่อข่าว จ.พัทลุง




