เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมาพนักงานสอบสวน ได้นำสำนวนสอบสวน จำนวน 7 เเฟ้มพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง นาง
สรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือเเอมไซยาไนด์ ผู้ต้องหาคดีความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการกระทำความผิดอย่างอื่น ,ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ปลอมปนอาหาร ยาหรือเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นใด เพื่อบุคคลอื่นเสพหรือใช้และการปลอมปนนั้นเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย และสมควรสั่งฟ้องพ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.สวนผึ้ง อดีตสามีของนางสรารัตน์ ผู้ต้องหาในความผิดฐานเพื่อจะช่วยผู้อื่นมีให้ต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลงร่วมกันทำให้เสียหายทำลายซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด 184,83 รวมทั้งสมควรสั่งฟ้องน.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ หรือ ทนายพัช ทนายความของ นางสรารัตน์ ผู้ต้องหาในความผิดฐานเพื่อจะช่วยผู้อื่นมีให้ต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลงเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่น ทำให้เสียหาย ทำลายซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด 184,84 ผู้ต้องหาที่ 1-3 ในคดีเกี่ยวกับการฆาตกรรม น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือก้อย มาส่งให้พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา
โดยนายปรีชา สุดสงวน อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นพิจารณาสำนวน เเละรายงานไปยัง น.ส.นารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด(อสส.) ตามระเบียบเนื่องจากเป็นคดีสำคัญประชาชนให้ความสนใจ เเละขั้นตอนดำเนินการหลังจากนี้คณะทำงานจะทำตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่คดีนี้จะมีระยะเวลา ครบฝากขังครั้งที่ 7รวม 84วันในวันที่ 18 ก.ค. ซึ่งคณะทำงานอัยการจะดำเนินการเต็มที่อย่างที่เคยทำมาทุกคดีโดยไม่มีวันหยุดเพื่อให้งานเสร็จก่อนครบกำหนดฝากขัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากคดีนี้แล้ว ยังมีอีก14 สำนวนคดีที่พนักงานสอบสวนจะนำมาส่งพนักงานอัยการในคราวต่อไป
สำหรับพฤติการณ์คดีนี้ นางสรารัตน์ หรือ แอม ผู้ต้องหา ได้ออกอุบายนัดหมายให้น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือก้อย ผู้ตายไปพบที่หมู่บ้าน เพื่อจะพาผู้ตายไปฆ่าแล้วฆ่าเอาทรัพย์สิน โดยต่อมาวันที่ 14 เม.ย.2566 เวลาประมาณ 06.30 น.ผู้ตายได้ขับรถยนต์ โตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียน กน2340 กาญจนบุรี ออกจากบ้านที่จ.กาญจนบุรี มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านพฤกษาการ 1 จ.นครปฐม เมื่อมาถึงหมู่บ้านผู้ตายได้นำรถยนต์มาจอดไว้แล้วเดินมาขึ้นรถยนต์โตโยต้า วีออส สีบรอนซ์ ทะเบียน กต 9532 นครปฐมโดยมีผู้ต้องหาเป็นคนขับ จากนั้นผู้ต้องหาได้ขับรถออกจากหมู่บ้านไปกับผู้ตาย ระหว่างที่ผู้ตายและผู้ต้องหาอยู่ในรถ ผู้ต้องหาได้นำสารพิษไซยาไนด์ใส่ในอาหารหรือเครื่องดื่มให้ผู้ตายบริโภคโดยมีเจตนาฆ่า ในวันเดียวกันเวลา 09.00 น.
โดยผู้ต้องหาและผู้ตายขับรถยนต์มาถึงบริเวณศาลาประชาคมริมแม่น้ำแม่กลอง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี และได้จอดรถบริเวณนั้น โดยผู้ตายเดินลงบันได เพื่อไปปล่อยปลา ส่วนผู้ต้องหาไม่ได้เดินตามไปด้วยหลังจากที่ผู้ตายปล่อยปลาได้สักพัก ขณะกำลังจะเดินขึ้นบันไดก็หมดสติล้มลง เมื่อผู้ต้องหาเห็นว่าผู้ตายกำลังหมดสติ จึงเดินลงบันไดไป จากนั้นก็เดินกลับขึ้นมาเพียงคนเดียวโดยไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือผู้ตาย ซึ่งกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุสามารถบันทึกภาพไว้ โดยภายในมือของผู้ต้องหาได้เอาโทรศัพท์มือถือของผู้ตายบางส่วนมาด้วยหลายเครื่อง แล้วขับรถยนต์ออกจากที่เกิดเหตุไป ปล่อยให้ผู้ตายนอนหมดสติอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยผู้ต้องหาไม่ให้ความช่วยเหลือจนน.ส.ศิริพรถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา.




