เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณีนายปราโมทย์ ธรรมพนิชวัฒน์ รองประธานเเผนกคดียาเสพติดในศาลอุทธรณ์ได้ใช้อาวุธปืนขนาด.38 ยิงตัวเองเสียชีวิต เมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา ในบ้านพักย่านมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ถนนรัชดาภิเษก ส่วนสาเหตุการฆ่าตัวตายรอสืบสวนสอบสวนนั้น

โดยผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวระดับสูงว่า เดิมนายปราโมทย์เป็นร่าเริงแต่พักหลังมีอาการซึมเศร้า  เท่าที่ทราบคือมีอาการเจ็บป่วยด้วยโรคประจำตัวของคนวัย60ปีเศษ อยู่หลายโรค ในปี2566 ก็เข้ารับการรักษาในห้องไอซียู รพ.แห่งหนึ่งหลายครั้งแล้ว  ปัญหาครอบครัวไม่มีเพราะลูกก็สอบเป็นอัยการได้แล้ว โดยก่อนหน้านี้เคยมีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์เสียชีวิตล้มฟุบขณะทำงานมาแล้ว สาเหตุอาจจะเนื่องจากความเครียดในการทำงาน  ที่ผ่านมาผู้พิพากษาในชั้นศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติด ต้องพิจารณาสำนวนคดียาเสพติดที่มีโทษถึงประหารชีวิต เพราะตามพ.ร.บ.วิธีพิจารณาความคดียาเสพติปี2550มาตรา18ที่บัญญัติว่า ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้คดีถึงที่สุดในชั้นอุทธรณ์เท่านั้น ย่อมหมายถึงว่า การที่ผู้พิพากษา ที่พิจารณาคดียาเสพติดจะตัดสินชีวิตใครจะต้องคิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำอีกเพราะจะฎีกาต่อไปไม่ได้(ยกเว้นในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับยาเสพติดฎีกาได้) และที่สำคัญขณะนี้ ปี 2566มีคดียาเสพติดเข้าสู่การพิจารณาในศาลอุทธรณ์มากกว่า 60,000 คดีในเพียงระยะ เวลา 5 เดือน ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันของปี65มีเพียง12,000คดีเท่านั่น จึงจำเป็นต้องจ่ายสำนวนเพื่อให้คดีเสร็จไปอย่างเป็นธรรมทุกฝ่าย เป็นไปได้ว่าการตรวจสำนวนคดีที่มีโทษประหาร จะทำให้ผู้พิพากษาเกิดความเครียด และกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรงก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อคุณ