เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2566 เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 จังหวัดอุบลราชธานี ในฐานะผู้เสียหายจำนวน 11 คน และอีก 3 คน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเรียกรับเงิน ทยอยเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป.เพื่อให้ปากคำ หลังถูก นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรียกรับเงิน
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ผบก.ปปป.เปิดเผยภายหลังพนักงานสอบสวนสอบปากคำพยาน ในกลุ่มผู้เสียหาย เป็นเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 จังหวัดอุบลราชธานี สังกัดนายชัยวัฒน์ จากการสอบปากคำทุกคนให้การเป็นประโยชน์และเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ถูกบังคับ โดยส่วนใหญ่ไม่ยินยอมและไม่สมัครใจ แต่สาเหตุที่ยินยอม เพราะเกรงกลัวอำนาจ และเพื่อรักษาตำแหน่งงาน จึงยอมทำตามข้อเรียกร้องของนายรัชฎา
สำหรับรายชื่อที่ปรากฏในซองภายในห้องทำงาน จากการตรวจสอบพบมี 21 ซอง ไม่ใช่ 13 ซอง สามารถตรวจสอบทราบบุคคลได้แล้ว 14 คน ซึ่งเป็นระดับหัวหน้าของหน่วยงานนั้นๆ ที่กล่าวอ้าวว่า ถูกเรียกเก็บเงิน ล่าสุด ได้ออกหมายเรียกแล้ว 6 คน ให้มาให้ปากคำ วันที่ 11 ม.ค.และจะออกหมายเรียกเพิ่มเติมอีก 8 คน ให้มาในวันที่ 12 ม.ค.เวลา 10.00 น.ซึ่งมีบางส่วนยินยอมจะเข้ามาให้ปากคำในฐานะพยาน ส่วนใครจะมาไม่มาพบพนักงานสอบสวนก็เป็นสิทธิของพยาน แต่ในทางคดีอนาคตพยานก็จะถูก ป.ป.ช.เรียกสอบปากคำเพิ่มเติมในภายหลัง
ส่วนกรณีการสอบเส้นทางการเงิน อยู่ระหว่างดำเนินการ เบื้องต้น ยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงปลายทางของเงินที่ถูกเรียกเก็บยังไม่ถึงบุคคลอื่น แต่ยืนยันว่า หากเชื่อมโยงถึงใคร จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นเดียวกัน เบื้องต้น ในชั้นพนักงานสอบสวน นายรัชฎา ยังปฎิเสธที่จะให้ปากคำ แต่ขอให้ในชั้นศาลเท่านั้น
ผบช.ปปป. ยังเผยอีกว่า ระหว่างที่อธิบดีถูกปล่อยตัวชั่วคราวนั้น มี จนท. คอยตรวจสอบตลอด แต่ก็มีรายงานเข้ามาว่า อธิบดีกรมอุทยานฯ มีการเข้าไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน เบื้องต้นตรวจสอบแล้วยังไม่เป็นที่ชัดเจน หลังจากนี้จะทำการรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นหนามากที่สุด ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ชี้มูลต่อไป




