ผู้เสียหาย เข้าร้องกองปราบ หลังถูกร้านนาฬิกาหรู ย่านศรีนครินทร์ แอบเอานาฬิกาไปชำแหละขาย

เมื่อวันที่ ( 9 ก.ค.) เวลา 14.00 น. ที่ กองบังคับการปราบปราม ถนนพหลโยธิน  นางสาว ปัณน์ (สงวนชื่อสกุลจริง) นักธุรกิจจัดหางาน เป็นตัวแทนผู้เสียหายกว่า 10 ราย เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.หญิง ณัฏฐกัญฐ์ เพียผือ รอง สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ป.หลังถูกเจ้าของร้านนาฬิกาหรูแห่งหนึ่ง(9naliga) ในห้างสรรพสินค้าย่านศรีนครินทร์ หลอกขายนาฬิกาให้ผู้เสียหาย โดยบางรายสั่งซื้อแล้วแต่ไม่ได้รับของ บางรายฝากขายสินค้าก็ไม่ได้รับเงิน เมื่อทวงถามก็ถูกบ่ายเบี่ยงมาตลอด จนเกิดความเสียหายรวมมูลค่านับสิบล้านบาท

น.ส.ปัณน์ กล่าวว่า ตนฝากขายนาฬิกายี่ห้อโรเล็กซ์ มูลค่ากว่า 6.5 แสนบาทให้กับร้านนี้ไป แต่เมื่อจะขอคืนทางร้านก็อ้างว่าขายไปแล้ว และทยอยคืนเงินครั้งละ 1-2 หมื่นบาท เพื่อแสดงให้ผู้เสียหายเข้าใจว่าร้านไม่โกง ไม่หนี แล้วยังพบว่า เพจเฟซบุ๊กของทางร้านยังได้ลงรูปนาฬิกาที่ตนฝากขายไว้ ซึ่งคดีนี้มีผู้เสียหายทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่ฝากขาย 2.กลุ่มที่ซื้อของไปแล้วไม่ได้รับสินค้า โดยเฉลี่ยมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

น.ส.ปัณน์ กล่าวต่อมาว่า พอสอบถามไปที่ร้าน ก็อ้างว่าไม่หนีไม่โกง แต่เมื่อไปตามของที่ร้านก็บ่ายเบี่ยงไม่คืนเงินหรือคืนนาฬิกา ซึ่งการกระทำลักษณะนี้เข้าข่ายยักยอกทรัพย์และฉ้อโกงถึง แม้จะแจ้งความไว้กับ สน.ประเวศ ท้องที่เกิดเหตุแล้วยังไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก็มีผู้เสียหายรายอื่นมาแจ้งความไปแล้ว แต่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ยังพบว่าร้านนี้ยังของขายผ่านโลกโซเชียลอยู่ และยังพบว่าได้ชำแหละชิ้นส่วนนาฬิกาข้อมือไปแยกขายด้วย

ขณะที่ผู้เสียหายอีกคน  เล่าว่า  รู้จักกับเจ้าของร้านนาฬิกา  มานานกว่า 7-8 ปี ติดต่อซื้อนาฬิกามาก่อนหน้านี้ประมาณ 4 เรือน ไม่มีปัญหา   กระทั่งเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2562 ได้สั่งซื้อนาฬิกาปาเต๊ะ  ราคา 1,350,000 บาท และได้จ่ายค่ามัดจำไป 930,000 บาท  แต่เมื่อถึงวันนัดหมายมอบนาฬิกากัน  เจ้าของร้านบ่ายเบี่ยง อ้างว่า  นาฬิกายังไม่มา  เมื่อรอและทวงถามก็ไม่ได้ความคืบหน้า  ให้เวลาจัดหาคนบกำหนดยังไม่ได้นาฬิกา ส่วนเงินก็ได้คืนมาเพียงบางส่วน และจ่ายคืนไม่เสม่ำเสมอ 

จึงต้องแจ้งความ มีผู้เสียหายบางคนแจ้งความในสถานีตำรวจท้องที่ แต่คดีไม่คืบหน้า ทำให้ไม่มั่นใจว่าจะได้ทรัพย์คืนตามที่เจ้าจองร้านกล่าวอ้าง บ่ายเบี่ยง จึงรวมกลุ่มเข้าแจ้งความที่ กองบังคับการปราบปราม  ในฐาน “ฉ้อโกงประชาชนและยักยอกทรัพย์” เบื้องต้นพนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้เสียหายพร้อมพิจารณาประกอบพยานหลักฐานก่อนรายงานผู้บังคับบัญชาสั่งการต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อคุณ