ทส.จับมือจิสด้า ร่วมบูรณาการผืนป่าประเทศไทยวันนี้ (8 ก.ค. 63) เวลา 13.30 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือว่าด้วยการสนับสนุนข้อมูลสารสนเทศด้านที่ดินป่าไม้ ระหว่างกรมป่าไม้และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นการจัดทำฐานข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ พร้อมส่งเสริมความรู้และพัฒนาทักษะทางด้านการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเหมาะสมโดยนำเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของสังคม

ดร.ปกรณ์อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการจิสด้า กล่าวว่า ที่ผ่านมาจิสต้าได้ทำงานร่วมกับกรมปาไม้มาอย่างต่อเนื่อง ในการนำเทคโนโลยีภูมิสารสนทศมาใช้เพื่อบริหารจัดการพื้นที่ป่าของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านวิเคราะห์พื้นที่ป่า ติดตาม จัดทำฐานข้อมูลของป่า รวมถึงการตรวจสอบพื้นที่ป่าที่โดนบุกรุกทั่วประเทศ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานเห็นตรงกันว่า ภารกิจดังกล่าวจะเป็นการส่งเสริมทางด้านอาชีพ และสร้างทักษะองค์ความรู้ทางด้นเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนได้ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้กับประเทศ เพื่อสร้างบุคลากรให้มีประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการส่งเสริมอาชีพ อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนได้ การลงนามในครั้งนี้ นอกจากจิสด้าจะสนับสนุนข้อมูลภูมิสารสนเทศด้านที่ดินป่าไม้ และ บุคลากรร่วมกันแล้ว เรายังมุ่งเน้นการผลักตัน ขับเคลื่อน และกำกับการดำเนินงานให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะทำให้ทั้งสองหน่วยงานเกิดการทำงานร่วมกันมากขึ้น” ผู้อำนวยการจิสด้ากล่าว

ด้าน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า กรมป่าไม้มีภารกิจหลักในการอนุรักษ์สงวน คุ้มครอง ฟื้นฟู ดูแลรักษาพื้นที่ป่าทั้งหมดของประเทศไทย พร้อมทั้งสนับสนุนการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพิ่มพื้นที่ป่าเศรษฐกิจ และฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ให้อุดมสมบูรณ์เพื่อความยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และ สิ่งแวดล้อม รวมถึงมุ่งเน้นการบริหารจัดการที่ดิน ป่าไม้ อย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม เพื่อให้คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างสมดุล ซึ่งการลงนามร่วมกันในครั้งนี้ กรมป่าไม้ได้เล็งเห็นความสำคัญของการนำเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ มาบูรณาการร่วมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อภารกิจ พร้อมทั้งจัดทำฐานข้อมูล ส่งเสริมองค์ความรู้ตลอดจนทักษะทางด้านการบริหารจัดการด้านพื้นที่ได้อย่างเหมาะสมควบคู่กับการอนุรักษ์ผืนป่าของประเทศไทยต่อไป

ขณะที่ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ กล่าวว่า ทส. และ อว. ได้มีความร่วมมือในการทำงานมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการนำเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศมาใช้เพื่อบริหารจัดการพื้นที่ป่าของประเทศแล้ว ยังเป็นการสร้างทักษะองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ และส่งเสริมด้านอาชีพ เหมือนกับที่ทส. ได้มีโครงการจ้างงานให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อันจะทำไปสู่การสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของประชาชนในอนาคตอีกด้วย

การลงนาในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในการสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการของรัฐ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ตลอดจนบูรณาการ เชื่อมโยง แลกเปลี่ยนทรัพยากรต่างๆ และถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องร่วมกันสู่ประชาชนทุกระดับ ให้มีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายใต้นโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ โดยมี รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)ร่วมเป็นสักขีพยาน ในการลงนามครั้งสำคัญครั้งนี้

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อคุณ