เวลา 07.30 น.วันที่ 7 ก.ค.63 กำลังทหารฉฏ.ม.2 กองกำลังผาเมือง ภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผบ.ฉก.ม. 2 นำโดย ร.อ.กิตติเดช กันคล้อย ผบ.ร้อย.ม.3 ฉก.ม.2 ได้ทำการลาดตระเวณในพื้นที่รับผิดชอบ ท่าข้ามหอม บ.เหมืองแดงใต้ ม.1 ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้ตรวจพบบุคคลต้องสงสัย จำนวน 2 คน กำลังเดินข้ามแม่น้ำสายจากฝั่งประเทศเมียนมาเข้ามาในประเทศไทย จึงได้แสดงตัวเพื่อขอให้หยุดและตรวจค้นเนื่องจากเป็นการลักลอบเข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย

- ผู้ว่าชัชชาติสั่งเก็บมือถือนักเรียน รร.สังกัด กทม. ห้ามใช้ในเวลาเรียน
- โรงเรียนไผทอุดมศึกษา ประกาศเลิกกิจการ
- ผอ.และครู รวบรวมเงิน 1.4 หมื่น ไปส่ง ‘น้องตงเฮง’ เด็กกัมพูชา
- จัดหางานจังหวัดประจวบ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๘
- พระชั้นธรรม แอบอยู่กินกับสีกา 15 ปี ใช้เงินวัดปรนเปรอ
บิ๊กเต่าเผย กำลังตรวจสอบพระที่ต่างจังหวัด เบื้องลึกแฉอยู่กินกับเมียเศรษฐีนีนานกว่า 15 ปี จนร่ำรวย
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. กล่าวถึงกรณีตรวจสอบพระชั้นผู้ใหญ่มั่วสีกาและทุจริตเงินวัดว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง หลังมีผู้ส่งหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมของพระรูปดังกล่าวเข้ามายังศูนย์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาฯ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาสักระยะในการตรวจสอบให้แน่ชัดว่ามีการกระทำผิดตามที่ถูกร้องเรียนหรือไม่ โดยหลักๆ จะมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมไปถึงภาพหลักฐานต่างๆ ให้แน่ชัด
พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวย้ำว่า ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวลือตามสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ว่า พระที่ตำรวจกำลังตรวจสอบนั้น เป็นพระระดับสมเด็จ จนมีการนำไปพาดพิงกับพระชั้นผู้ใหญ่หลายรูปตามวัดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ซึ่งพระที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเป็นพระผู้ใหญ่ในพื้นที่ต่างจังหวัด แต่ไม่ถึงระดับสมเด็จแต่อย่างใด
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับพระรูปดังกล่าวที่ทางตำรวจ บก.ปปป.กำลังตรวจสอบอยู่นั้นเป็น “พระราชาคณะ ระดับชั้นธรรม” มีตำแหน่งเป็น “เจ้าคณะจังหวัดแห่งหนึ่ง” ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง หรือภาคกลางตอนบน
หลังพบมีพฤติกรรมต้องสงสัยว่าพัวพันกับสีกา ลักษณะสัมพันธ์ฉาว จนถึงขั้นใช้ชีวิตอยู่กินด้วยกันในลักษณะสามีภรรยา คอยส่งเสียเลี้ยงดู ให้เงินซื้อรถ ซื้อบ้านหรู ซื่อที่ดิน และทรัพย์สินต่างๆ มากมาย จนกลายเป็น “เศรษฐินีระดับจังหวัด” มีหน้ามีตามีผู้คนนับถือมากมายในสังคม ทั้งสองแอบคบหากันมาตั้งแต่ปี 2552
หรือตั้งแต่สมัยที่เจ้าตัวยังมีตำแหน่งเป็นพระราชาคณะชั้นราช รวมระยะเวลากว่า 15 ปี แต่ชาวบ้านหรือคนในพื้นที่ไม่ทราบเรื่อง เนื่องจากเข้าใจว่าสีกา หรือเศรษฐินีคนดังกล่าวมีฐานะร่ำรวยมาจากการที่เขามักอ้างว่ามีสามีทำงานอยู่ต่างประเทศคอยส่งเงินให้ใช้
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบข้อมูลว่า พระรูปนี้เคยดึงเงินจากวัดหลายแห่งรวมกันนับ 100 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในโครงการก่อสร้างศาสนสถานขนาดใหญ่ ซึ่งดำเนินการมากว่า 10 ปีแต่ยังไม่แล้วเสร็จ อีกทั้งเงินบางส่วนถูกโอนไปให้สีกา หรือคนใกล้ชิด และนำไปใช้จ่ายในลักษณะผิดวัตถุประสงค์อีกด้วย
รายงานข่าวแจ้งอีกด้วยว่า จากการตรวจสอบยังพบว่า พระรูปนี้ ตัวสีกากอล์ฟและอดีตเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร เคยพูดพาดพิงถึงในคลิปวิดีโอรูปหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ที่ถูกบันทึกเอาไว้ในขณะที่สีกากอล์ฟและอดีตเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร โทรพูดคุยเจรจาปัญหาที่เกิดจากความเข้าใจผิด ซึ่งตามคลิปเสียงดังกล่าวมีการพูดพาดพิงถึงเจ้าคณะจังหวัดรูปดังกล่าวด้วย
ที่มาข่าว : มติชนออนไลน์
จากการตรวสอบทราบชื่อภายหลังคือ 1.นายอุดร ขอสงวนนามสกุล อายุ 37 ปี สัญชาติไทย 2.น.ส.พรรณปพร ขอสงวนนามสกุล อายุ 20 ปี สัญชาติไทย โดยได้เดินข้ามแม่น้ำสาย และอ้อมแนวเครื่องกีดขวางที่วางไว้ ริมแม่น้ำสาย บริเวณท่าข้ามหอม ท่าทางมีพิรุธเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ทหารเพื่อขอตรวจค้นแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย

โดยทั้งสองคนเป็ฯสามีภรรยากัน รับสารภาพว่าต้องการเดินทางไปขึ้นศาล ที่ จ.ตาก แต่เนื่องจากด่านพรมแดนแม่สายแห่งที่ 1 ยังไม่เปิดทำการ จึงเลือกใช้วิธีข้ามตามช่องทางธรรมชาติแม่น้ำสาย โดยจ่ายค่าข้ามมาฝั่งไทย คนล่ะ 3,000 บาท โดยผู้ที่เปิดทางให้ข้ามมาจากประเทศเพื่อนบ้านอ้างว่าถ้าจ่ายเงินแล้วรับรองว่าจะไม่ถูกจับกุม เพราะได้ดำเนินการตกลงจ่ายให้คนที่อยู่ฝั่งไทยเรียบร้อยแล้ว จากการสอบสวนแล้วเสร็จทางหน่วยจึงได้นำตัวผู้ต้องหา ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเชียงราย และแจ้งทางเจ้าหน้าที่ปกครอง มารับทราบเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว ณัฐวัตร ลาพิงค์/เชียงราย
0882692681




