ตำรวจ บช.ปส. แถลงจับ เครือข่ายยาเสพติด 3 รายใหญ่ ยึดของกลาง ‘ยาบ้า’ กว่า 1.4 ล้านเม็ด ‘กัญชา’ อัดแท่งกว่า 2 ,000 กก. ‘เคตามีน’ 6 กก.

เมื่อวันที่ (7 ก.ค.) เมื่อเวลา  10.00 น. ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด หรือ บช.ปส. ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ร่วมกับ พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย. เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. แถลงผลการสกัดกั้นและจับกุมเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ “ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา” ยึดยาบ้า รวม 1,486,000 เม็ด

โดยสามาถจับกุมผู้ต้องหา 3 คน เครือข่ายใช้ชื่อว่า”ทีมงานคนใต้นิ” มีอาชีพรับถมที่ดินบังหน้า สามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณริมทางหมู่ 7 ต.แม่ปะ อ.เถิน จ.ลำปาง ยึดทรัพย์สินกว่า 23 ล้านบาท และจับกุม 6 ผู้ต้องหา เครือข่าย นายศักดา แก่งคอย ผู้ผลิตกัญชาแท่ง  ยึดกัญชา รวมน้ำหนัก 2,400 กิโลกรัม เคตามีนสอดใส้ 6 กก. และเครื่องอัดแท่งกัญชา 2 เครื่องที่จะนำส่งไปให้แหล่งผลิตที่ไร่แก่งคอย รถยนต์ จำนวน 21 คัน ยึดที่ดินแก่งคอย สระบุรี รวม 7. ไร่ ยึดทรัพย์สินหลายรายการ รวมมูลค่ายาเสพติดและทรัพย์สินเป็นเงินกว่า 198 ล้านบาท

โดยคดีแรกเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2563 ตำรวจจับกุมนายพีรพัฒน์ ชัยสุนทร อายุ 24 ปี และนางสาวจริยา นิยมเพ็ง อายุ 24 ปี บริเวณ ถ.นิตโย หน้าไปรษณีย์สาขาสว่างแดนดิน จ.สกลนคร พร้อมยึดของกลางกัญชาอัดแท่งประมาณ 400 กิโลกรัม, เครื่องอัดกัญชา 1 เครื่อง, รถยนต์ฮุนได รุ่น H1 จำนวน 1 คัน และโทรศัพท์มือถืออีก 3 เครื่อง ก่อนดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันกับพวกหลบหนีหรือยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองฯ”

คดีต่อมา เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2563 ตำรวจจับกุม นายทรงกลด ศรีหะรัญ อายุ 40 ปี, นายชัยศรี คงอักษร อายุ 63 ปี และนางสาวรัชนก บุญทา อายุ 36 ปี ได้ที่บริเวณซอยเข้าหมู่บ้านแม่ปะดอย ต.แม่ปะ อ.เถิน จ.ลำปาง พร้อมของกลางยาบ้า 1,486,000 ล้านเม็ด รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ 1 คัน และโทรศัพท์มือถืออีก 3 เครื่อง โดยตำรวจขยายผลจากการจับกุมขบวนการลำเลียงยาเสพติดเมื่อเดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์ ที่จังหวัดอ่างทองและจังหวัดเชียงใหม่ โดยสืบทราบว่าจะมีกลุ่มค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคกลางลักลอบนำยาเสพติด ขึ้นมาทางภาคเหนือ จึงจัดกำลังสืบสวนติดตามจับกุม กระทั่งตรวจพบรถยนต์กระบะขับมาบริเวณด่านตรวจวังดิน อ.ลี้ จ.ลำพูน จึงเรียกตรวจแต่รถกระบะคันดังกล่าวขับหลบหนีไปได้ ก่อนมาตรวจพบรถกระบะคันดังกล่าวจอดอยู่ภายในหมู่บ้านแม่ปะดอย จึงจัดกำลังซุ่มดูสถานการณ์ก่อนพบรถยนต์เก๋งสีขาว ยี่ห้อโตโยต้า ขับมาจอดยังจุดดังกล่าว และมีนางสาวรัชนก ลงจากรถเก๋งไปที่รถกระบะ

 นอกจากนี้ภายในรถยนต์เก๋งยังมีนายทรงกลดเป็นคนขับ และมีนายชัยศรี นั่งมาด้วย เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวพร้อมตรวจค้นพบยาบ้าของกลาง โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 ให้การรับสารภาพว่ารับคำสั่งจากชายชื่ออิฐ ซึ่งทั้ง 4 คนร่วมกันทำธุรกิจรับถมที่ดินโดยตั้งกลุ่มไลน์ใช้ชื่อ “ทีมงานคนใต้นิ” พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินเป็นบ้านพร้อมที่ดิน 2 หลัง โฉนดที่ดินอีกหลายรายการ รถยนต์ 1 คัน และอายัดเงินในบัญชีรวมทั้งหมดประมาณ 22,205,232 บาท ก่อนดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีคดียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า)ไว้ในครอบครองฯ

ส่วนคดีสุดท้าย ตำรวจจับกุมนายมงคล ชนธนาศิลป์ อายุ 31 ปี, นายธนบดี ยะคะเสม อายุ 48 ปี, นางสาวบุษยาภรณ์ รังวิจี อายุ 36 ปี, นายนิโรจน์ มิ่งขวัญ อายุ 35 ปี, นายบุญพร้อม หลักหนองบุ อายุ 30 ปี และ น.ส.ภัทรชา ทวีวัน อายุ 38 ปี ได้ที่บริเวณ ถนนสายหนองหานกุมภวาปี อำเภอหนองหาน ต่อเนื่องอำเภอกู่แก้ว จังหวัดอุดรธานี พร้อมยึดของกลางกัญชาอัดแท่ง กว่า 2,000 กิโลกรัม, เคตามีน 6 กิโลกรัม, รถยนต์กระบะโตโยต้า 1 คัน และโทรศัพท์มือถืออีก 5 เครื่อง หลังสืบทราบว่าจะมีกระบวนการลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนจังหวัดบึงกาฬเข้ามายังพื้นที่ชั้นในจึงเป็นการจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่สุดพร้อมแต่ผลตรวจยึดรถจำนวน 21 คันมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาทก่อนดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้ง 5 รายในความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ” ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ พล.ต.ท.ชินภัทร ผบช.ปส.ระบุว่า เครือข่ายค้ากัญชากลุ่มนี้ไม่ได้ผลิตด้วยตัวเอง แต่นำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนนำมาอัดและแยกย่อยชิ้นให้เล็กลงเพื่อสะดวกต่อการจำหน่าย พร้อมกับย้ำว่ากัญชาหากไม่นำมาใช้ในทางการแพทย์ ยังคงถือเป็นยาเสพติดผิดกฎหมาย

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อคุณ