ตำรวจกองปราบ สนธิกำลัง สน.มีนบุรี และ สภ.เมืองนครราชสีมา จับ แก๊งแฮกเฟสบุ๊ก-ไลน์ หลอกยืมเงินคนใกล้ชิด ความเสียหายกว่าสิบล้านบาท รับทำมานาน

วันที่(6 ก.ค.) ที่ กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.อรุณ  วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป.ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.กษิดิ์เดช เจริญลาภ สว.กก.2 บก.ป.นำกำลังตำรวจ ชุดปฏิบัติการที่ 4 กก.2 บก.ป. ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.มีนบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง นครราชสีมา ทำการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ รวม  3 ราย  ประกอบด้วย 1.น.ส.ศรารัตน์ หรือขวัญ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัด นครราชสีมา ที่ 149/2563 ลงวันที่ 1 ก.ค.63 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกงแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่า ทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” สามารถจับกุมตัวได้ที่ หน้าบ้านพักภายในซอยร่มเกล้า 3 ถ.ร่มเกล้า แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ดำเนินคดี

2.น.ส.ชุติกาญจน์ หรือนิ๊งค์ (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของ ศาลจังหวัด พระนครศรีอยุธยา ที่ 102/2563 ซึ่งต้องหาว่า “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น”  จับกุมตัวที่ หน้าห้องพัก ภายใน ซ.สุวินทวงศ์ 6 ถ.สุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางปะอิน ดำเนินคดี  และ 3.นายอภิชาติ หรือบอย (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี แจ้งข้อกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย สามารถจับกุมตัวได้ที่ หน้าห้องพัก ภายใน ซ.สุวินทวงศ์ 6 ถ.สุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมฯ   ส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ดำเนินคดี

โดยการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากสิบเนื่องจากผู้ต้องหาทั้ง 3 รายนี้ได้รวมกลุ่มตั้งแก๊งก่อเหตุแฮกบัญชีเฟสบุ๊กและไลน์ของผู้อื่น เพื่อนำไปใช้หลอกยืมเงินคนรู้จักหรือคนสนิทของเจ้าของบัญชีที่ถูกแฮก ครั้งละ 10,000 – 30,000 บาท จนมีผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้กับ ผู้ต้องหากลุ่มนี้หลายราย รวมมูลค่าความเสียหายนับล้านบาท เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ลงพื้นที่แกะรอยสืบสวนจนกระทั่งสามารถรวบรวมพยานหลักฐานจนมีการออกหมายจับก่อนจะทราบว่า น.ส.ศรารัตน์ ผู้ต้องหารายแรกปัจจุบันได้หลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ย่านมีนบุรี กทม. จึงนำกำลังบุกเข้าจับกุม ก่อนจะมีการขยายผลไปจับกุมนายอภิชาติและน.ส.ชุติมา สองสามีภรรยา ที่บ้านพักย่านมีนบุรีเช่นเดียวกันได้ดังกล่าว

ทั้งนี้ จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การรับสารภาพ โดยนายอภิชาติ และ น.ส.ชุติกาญจน์ ยอมรับว่าเป็นคนทำหน้าที่คอยแฮ๊กเฟซบุ๊กคนอื่นแล้วส่งข้อความไปหลอกขอยืมเงินผู้เสียหาย ซึ่งก่อเหตุดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2559 ได้เงินไปหลายล้านบาท ขณะที่ น.ส.ศรารัตน์ ให้การรับสารภาพว่าทำหน้าที่เป็นเพียงแค่คนเปิดบัญชีธนาคาร และคอยทำหน้าที่กดเงินออกมาเพื่อนำมาให้ นายอภิชาติและน.ส.ชุติกาญจน์ ซึ่งจะได้ค่าจ้างครั้งละ 2-3 พันบาท อย่างไรก็ตามแม้ว่าตัว นายอภิชาติ นั้นจะยังไม่มีหมายจับในความผิดดังกล่าวแต่เนื่องจากขณะเข้าตรวจค้นภายในบ้านเจ้าหน้าที่พบนายอภิชาติ มีการครอบครองยาเสพติดจึงได้ทำการจับกุมตัวนายอภิชาติ มาดำเนินคดีตามความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ยาเสพติด แทน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงทำการแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ ก่อนนำตัว นายอภิชาติ ส่ง สน.มีนบุรี น.ส.ชุติกาญจน์ ส่ง สภ.บางปะอิน และ น.ส.ศรารัตน์ ส่ง สภ.นครราชสีมา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปอาศัยอยู่  ภายใน ซ.สุวินทวงศ์ 6 ถ.สุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร  จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่สืบสวน สน.มีนบุรี ร่วมตรวจสอบ และจับกุมตัว จากการสอบถาม น.ส.ศรารัตน์ฯ ให้การรับสารภาพว่า ตนได้รับว่าจ้าง จาก นายอภิชาติ หรือ “บอย” ผู้ต้องหาที่ 3 แฟนหนุ่มของ น.ส.ชุติกาญจน์ หรือ “นิ๊ง” ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 ให้เปิดบัญชี โดยให้ค่าจ้าง ในราคาบัญชีละ 2,000 บาท จำนวน 3 บัญชี ซึ่งตนมีหน้าที่ในการกดเงินออกจากบัญชีที่ ตามที่นายบอยสั่ง และจะได้รับเงิน ค่าจ้างครั้ง ละ 1,000 -2,000 บาท หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สืบสวนของ สน.มีนบุรี จึงได้ร่วมกันสืบสวนขยายผล พบว่า นายอภิชาติ ผู้ต้องหาที่ 3 และ น.ส.ชุติกาญจน์ ผู้ต้องหาที่ 2 พักอาศัยอยู่ ห้องพักภายใน ซ.สุวินทวงศ์ 6 จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบ น.ส.ชุติกาญจน์ผู้ต้องหาที่ 3 ที่บริเวณหน้าที่พักอาศัย จึงได้จับกุม ส่ง พนักงานสอบสวน สภ.บางปะอิน ดำเนินคดี และจับกุม นายอภิชาติ ผู้ต้องหาที่ 3 ได้ที่หน้าห้องพักดังกล่าวและ พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในความ ครอบครองโดยผิดกฎหมาย, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย ส่ง พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ดำเนินคดี

ซึ่งจากการสอบถาม น.ส.ชุติกาญจน์ฯ ให้การรับสารภาพว่า นายบอย ได้ให้ตนเปิดบัญชีธนาคารให้ โดย ใช้เป็นบัญชีรับโอนเงิน ซึ่งตนทราบดีว่า นายบอย จะแฮกบัญชีผู้ใช้เฟสบุ๊กและไลน์ของผู้อื่นก่อนหลอกยืมเงินโดย เงินดังกล่าวจะนำเอามาใช้ร่วมกัน และ นายอภิชาติฯ ให้การรับสารภาพว่าตนเองได้ก่อเหตุแฮกเฟสบุ๊คและไลน์ของผู้อื่นจริง แล้วจึง หลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินเข้ามายังบัญชีของผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องหาที่ 2 และยังรับสารภาพอีกว่าตนได้ก่อ เหตุมาตั้งแต่ ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งได้ทรัพย์สินมาแล้วหลายล้านบาท

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อคุณ