อธิบดีราชทัณฑ์ ยัน พบเบาะแส “บรรยิน” วางแผนหลบหนีออกจากเรือนจำ เผยวางมาตรการคุมเข้มเคลื่อนย้าย เบิกความชั้นศาล ด้านกองปราบ เตรียมสอบ “บรรยิน” ในเรือนจำ เผยแผนปฏิบัติการชิงตัวล็อคเป้าจู่โจ่มบนทางด่วน

จากกรณี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา และอีกหลายคดี วางแผนหลบหนีออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ โดยให้ทนายยื่นประกันนักโทษ ติดต่ออดีตนักการเมืองช่วยชิงตัว เตรียมจับเมีย ผบ.เรือนจำ เป็นตัวประกัน แต่ไม่มีใครร่วมด้วย

เมื่อวันที่  21 มิ.ย.63 พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับการวางแผนหลบหนีของ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ จำเลยในคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา และคดีอื่น ๆ ว่า กรณีดังกล่าวเป็นข้อมูลและเบาะแสที่ได้มาจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระยะหนึ่งแล้วระหว่างกรมราชทัณฑ์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนของรายละเอียดปลีกย่อยไม่ขอพูดถึง เนื่องจากอาจเป็นการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับฝ่ายตรงข้ามและผู้ที่อาจจะพยายามก่อเหตุ ส่วนเรื่องการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมฐานพยายามก่อเหตุหลบหนีหรือใช้จ้างวานผู้อื่นให้กระทำการดังกล่าวนั้น ขอให้เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเจ้าของสำนวนดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและพิจารณาแจ้งข้อหาต่อไป“การควบคุมและเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังรายนี้ ทางกรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการด้วยความรอบคอบรัดกุมตามมาตรฐานสากล โดยได้มีการประสานงานกับศาลยุติธรรม เพื่อลดความถี่และใช้ทางเลือกอื่นในการนำตัวผู้ต้องขังรายนี้เดินทางออกจากเรือนจำไปศาลเพื่อสืบพยาน เช่น สืบพยานผ่านจอภาพหรือวิดิโอคอนเฟอเรนซ์ และยังได้มีการวางแผนร่วมกับตำรวจหน่วยต่าง ๆ เพื่อเสริมกำลังและรักษาความปลอดภัยในขณะเคลื่อนย้ายตัว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเรือนจำมีมาตรการควบคุมที่เข้มแข็ง รัดกุม และเหมาะสมในการควบคุมและป้องกันมิให้ผู้ต้องขังก่อเหตุร้ายขึ้น ขอให้พี่น้องประชาชนและสังคมคลายความกังวลใจและให้ความไว้วางใจเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง” พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าว

ทั้งนี้ ทางด้านของกองปราบปรามมีรายงานว่า ในวันที่22 มิ.ย.63 ทางชุดคลี่คลายคดีดังกล่าวจะมีการเรียกประชุมคณะทำงานในวันพรุ่งนี้เพื่อสรุปประเด็นในการแบ่งงานให้ทีมสืบสวนสืบหาและรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ นำมาประกอบสำนวนคดี พร้อมกับหารือเกี่ยวกับการเตรียมออกหมายเรียกพ.ต.ท.นุกูล แสงศิริ อดีต ส.ส.เขต 4 จังหวัดนครสวรรค์ คนสนิท พ.ต.ท.บรรยิน และ ทนายความที่ช่วยประกันตัวนายโจ มาให้ปากคำในฐานะพยาน เช่นเดียวกับพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ปากคำอย่างเร็วที่สุดภายในสัปดาห์หน้าเพราะคดีเป็นที่สนใจของประชาชนนอกจากนี้ ทางพนักงานสอบสวนกองปราบยังได้เตรียมสอบปากคำ พ.ต.ท.บรรยิน ในเรือนจำเกี่ยวกับคดีชิงตัวดังกล่าวว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร และหากแม้ในวันสอบปากคำพ.ต.ท.บรรยิน จะให้การปฏิเสธ ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้เป็นกังวลหรือหนักใจ เพราะค่อนข้างมั่นใจในพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่มีอยู่ โดยเฉพาะหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน ข้อมูลการติดต่อสื่อสาร และคำให้การของนายโจและนายท็อป 2 ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ที่มีการระบุแผนการชัดเจน อีกทั้งนายโจยังยอมรับด้วยว่าแผนปฏิบัติการชิงตัว พ.ต.ท.บรรยิน จะเกิดขึ้นระหว่างที่นั่งรถบนทางด่วนเพื่อมุ่งหน้าไปศาลพระโขนง หากชิงตัวไม่สำเร็จก็ให้ไปลักพาตัวภรรยา ผบ.เรือนจำแทน

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ส่วนกรณีที่ในวันพรุ่งนี้ (22 มิ.ย. ) ทางศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง จะมีการนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีหมายเลขดำ อท.69/2563 คดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา หากทางศาลมีการเบิกตัว พ.ต.ท.บรรยิน ออกมาจากทางเรือนจำทางกองปราบเองก็จะทำการจัดส่งทีมชุดปฏิบัติการพิเศษ กก.สสน.บก.ป. หรือหนุมานกองปราบฯ คุ้มเข้มเฝ้าระวังผู้ต้องหาอย่างใกล้ชิดเพื่อความไม่ประมาท

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อคุณ