ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าแผงลอย หวั่นประกาศกรมการจัดหางานเรื่องเงื่อนไขจ้างต่างด้าวขายของหน้าร้านมีโทษสูงนายสมชาย มรกตศรีวรรณ รองอธิบดี กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงข้อกังวลใจในเริ่องเงื่อนไขการรับคนต่างด้าว เข้าทำงานกรรมกรและงานขายของหน้าร้าน อาจเป็นร้าน ค้าเล็กๆหรือแผงผักแผงผลไม้ที่จ้างแรงงานต่างด้าว ขายของหน้าร้าน ที่ไม่สามารถ ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์นั้น แต่จะสามารถจ้างต่างด้าวเพื่อขายของหน้าร้านได้แน่นอนอย่างน้อย 1 คน ที่ต้องมีนายจ้างทั้งนี้เบื้องต้น นายจ้างจะต้องนำแรงงานต่างด้าวไป จัดหางานจังหวัดทั่วประเทศหรือจัดหางานเขตพื้นที่ในกรุงเทพฯทั้ง 10 แห่ง เป็นที่ตั้งของสถานประกอบการ เพื่อยื่นคำขอเปลี่ยนหรือเพิ่มประเภทงานกรรมกร และขายของหน้าร้าน ใน work permit ที่จะต้องระบุนายจ้างด้วยรองอธิบดีกรมการจัดหางานเปิดเผยอีกว่าก่อนที่จะมีการกำหนดประกาศ ได้มีการหารือกับฝ่ายต่างๆทั้งสมาคมค้าปลีก ค้าส่ง ผู้ประกอบการรายย่อยรวมถึง อุตสาหกรรมและหอการค้าภาคเอกชนได้เห็นชอบต่อแนวปฏิบัตินี้ที่จะไม่เกิดปัญหาผลกระทบกับผู้ประกอบการรายย่อย รายเล็กรายน้อย ที่อย่างน้อย นายจ้างจะสามารถ จ้างต่างด้าวขายของหน้าร้านได้ 1 คนอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามหากพบว่ามีปัญหาที่เป็นความเดือดร้อนเชื่อว่าจะได้มีการปรับ แก้ไขอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ทั้งนี้ ร้านค้าที่ยื่น แบบเสียภาษีเงินได้แต่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ จ้างต่างด้าวขายของหน้าร้านได้ 1 คน และหากมีการเสียภาษีตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไปถึง 10,000 บาท จ้างต่างด้าวขายของหน้าร้านเพิ่มขึ้นอีก 2 คน โดยทันที ไม่ต้องเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่กรณีที่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ยังสามารถที่จะจ้างแรงงานต่างด้าวในการขายของหน้าร้านเพิ่มขึ้นโดยแนบเอกสารการชำระภาษี รวมถึงการจ้างแรงงานไทย 10 คนต่อแรงงานต่างด้าว เพิ่มขึ้น 1 คน หลักเกณฑ์ที่กรมประกาศนั้น ผ่านการเห็นชอบจากภาคเอกชนที่พิจารณาร่วม โดยได้คำนึงถึง การรักษาประโยชน์ของรัฐและสถานประกอบการ เป็นพื้นฐาน นายสมชายกล่าวประกาศ กรมการจัดหางาน กำหนดเงื่อนไขการรับคนต่างด้าว เข้าทำงานกรรมกรและงานขายของหน้าร้าน มีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 มิถุนายน 2563 กำหนดคุณสมบัตินายจ้าง ที่จะรับคนต่างด้าวเข้าทำงานจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนพาณิชย์ ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์ หรือในกรณีร้านค้าที่ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ให้นายจ้างแสดงใบอนุญาต หนังสือรับรอง หรือเอกสารที่ทางราชการออกให้ เพื่อประกอบพาณิชยกิจนายจ้างต้องรับคนต่างด้าวทำงานขายของหน้าร้านตามหลักสัดส่วน สูงสุดไม่เกิน 20 คน ซึ่งพิจารณาจากหลักเกณฑ์การชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลในรอบปีภาษีที่ผ่านมา ที่กำหนดสัดส่วนการรับคนต่างด้าวได้ตั้งแต่ 1 – 10 คน ตามมูลค่าภาษีเงินได้ที่ได้ชำระแล้ว

กรณีที่รอบปีภาษีที่ผ่านมาได้ยื่นแบบแสดงภาษีเงินได้และได้รับยกเว้นการเรียกเก็บภาษีเงินได้ สามารถรับคนต่างด้าวทำงานขายของหน้าร้านได้ 1 คน กรณีที่ชำระภาษีเงินได้ตั้งแต่ 1-50,000 บาท สามารถรับคนต่างด้าวทำงานขายของหน้าร้านได้ 3 คนในกรณีที่ชำระภาษีเงินได้เกินกว่า 50,000 บาท ทุก ๆ 50,000 บาท จ้างคนต่างด้าวทำงานขายของหน้าร้านเพิ่มได้ 1 คน ทั้งนี้ ไม่เกิน 10 คน และหากต้องการรับคนต่างด้าวเข้าทำงานเกินกว่า 10 คน ให้นำหลักเกณฑ์การจ้างงานมาใช้พิจารณา คือ นายจ้างที่มีลูกจ้างคนไทย 30 คน สามารถรับคนต่างด้าวเข้าทำงานเพิ่ม ได้ 1 คน และถ้ามีการจ้างคนไทยเพิ่มทุก ๆ 10 คน ให้รับคนต่างด้าวได้อีก 1 คน ซึ่งรวมทั้ง 2 หลักเกณฑ์แล้วนายจ้าง จะสามารถรับคนต่างเข้าทำงานขายของหน้าร้านได้ไม่เกิน 20 คนต่างด้าวจะมีความผิดมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท และเมื่อได้ชำระค่าปรับแล้ว ให้ส่งคนต่างด้าวผู้นั้นกลับออกไปนอกราชอาณาจักร ส่วนนายจ้าง สำหรับการกระทำความผิดครั้งแรก ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 10,000 ถึง 100,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้าง 1 คน และหากเป็นการกระทำความผิดครั้งที่ 2 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามผู้นั้นจ้างคนต่างด้าวทำงานเป็นเวลา 3 ปีนับแต่วันที่ศาล มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีผู้ประกอบการร้านอาหาร ร้านค้ารายย่อย ร้านขายของ ที่อยู่ในตลาดสด ตลาดนัด ร้านค้าแผงลอย ร้านค้าในห้าง ต้องกังวลถึง เงื่อนไขการจ้าง แรงงานต่างด้าวให้ทำหน้าที่ขายของหน้าร้าน ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ เกรงจะมีความผิด ที่มีโทษ ปรับสูง รวมถึงเนรเทศออกนอกราชอาณาจักร นายจ้างมีโทษปรับสูงมาก

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อคุณ