เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 30 ก.ย.63 ที่โรงเรียนสารสานส์วิเทศราชพฤกษ์ ต.บางตะไนย์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ดร.สุญาดา สุนทรศารทูล ผอ.สำนักจรรยาบรรณและวิชาชีพและนิติการ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา พร้อมเจ้าหน้าที่กว่า 10 คน ยังคงทำหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร ระเบียบการต่างๆของโรงเรียนแห่งนี้ตามที่ได้รับมอบหมายมาจากกระทรวงศึกษาธิการเพื่อสอบสวนเอาผิดกับครูที่ไม่มีใบอนุญาต

โดยตรวจสอบใบประกอบวิชาชีพครูในโรงเรียนว่าการคัดเลือกครูเข้ามาสอนเป็น ไปตามมาตรฐานของคุรุสภาหรือไม่ โดยจะตรวจสอบทั้งครูคนไทยและครูต่างชาติ ในระดับชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษา ว่าเป็นไปตามกฎระเบียบหรือไม่ รวมถึงจะตรวจสอบบุคลากรคนอื่น เช่นครูพี่เลี้ยงอีกด้วยเพราะเป็นส่วนที่โรงเรียนจัดจ้าง

ทั้งนี้โดยทั่วไปโรงเรียนเอกชนจะมีครูได้ไม่เกิน 140 คน แต่โรงเรียนดังกล่าว กลับพบบุคลากรกว่า 400 คน ซึ่งต้องไปตรวจสอบในรายละเอียดว่ามีหน้าที่ ตำแหน่งใดบ้าง ซึ่งหากตรวจสอบพบว่ามีความผิดจริง จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.สภาครู ใน 2 มาตรา มาตรา 43 ที่กำหนดว่าผู้ใดก็ตามที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแล้วไปประกอบวิชาชีพ มีโทษคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท และมาตรา 46 ระบุไว้ว่าบุคคลที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและพยายามแสดงตัวด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม ให้คนอื่นเข้าใจว่าตนเองมีใบอนุญาต มีบทลงโทษ จำคุก 3 ปี ปรับ 60,000 บาท

ซึ่งนอกจากจะแจ้งความดำเนินคดีกับครูและบุคลากรแล้ว ส่วนของโรงเรียนก็ถือว่ามีความผิดเช่นกันส่วนบรรยากาศในวันนี้พบว่าทางโรงเรียนได้เพิ่มมาตรการเข้มด้วยการกั้นพื้นที่ไม่ให้สื่อมวลชนล้ำเส้น เข้ามาในเขตที่โรงเรียนกำหนด โดยมีชายฉกรรจ์นับสิบคนคอยดูแล ขณะที่ ยังคงมีผู้ปกครองเดินทางมารอติดตามความคืบหน้าและมาติดตามดูการเรียนการสอนของบุตรหลานอีกด้วยตลอดทั้งวันด้วยความเป็นห่วง ซึ่งการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่คุรุสภา ใช้เวลานานมากกว่า 5 ชั่วโมง




