พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงกรณีที่มีการชุมนุมของกลุ่มประชาชนปลดแอกและกลุ่มธรรมศาสตร์ และการชุมนุมที่ผ่านมาว่า ตำรวจรวมทั้งรัฐบาลก็มีความห่วงใยผู้ร่วมชุมนุมและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
โดยเจ้าหน้าที่ใช้ความอดทนอดกลั้นหลีกเลี่ยงการปะทะกับผู้ชุมนุมมาโดยตลอด และไม่เคยนำยุทโธปกรณ์ใด ๆ มาใช้กับกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ตำรวจก็มีหน้าที่ต้องดำเนินคดีกับผู้ที่ทำผิดกฎหมาย และได้รวบรวมหลักฐานตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงปัจจุบันเพื่อเอาผิดในทุกคดี ยืนยันตำรวจเองไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้ง แต่ทำตามกฎหมาย หากไม่ดำเนินการก็ย่อมมีคนอีกกลุ่มร้องว่าตำรวจเพิกเฉย ไม่ดำเนินคดี และโดนข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ทั้งนี้โดยส่วนตัวที่ตนอยู่กับม็อบมาหลายสมัยเชื่อว่ามีการแทรกแซงและเบี่ยงประเด็นโดยกลุ่มอื่น สาเหตุที่ทำให้ม็อบเปลี่ยนไปจากเยาวชน เพราะเป็นการชี้นำน้อง ๆ เหมือนสุภาษิต “เชือกจูงควาย น้ำลายจูงคน” เป็นลักษณะมีผู้ชักจูงอยู่เบื้องหลัง ส่วนใครที่อยู่เบื้องหลังนั้นทางตำรวจอยู่ระหว่าทำการกำลังต่อจิ๊กซอว์ เพื่อหาผู้บงการ…นี้ก็เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน ที่วงการสีกากีจะเปลี่ยนแม่ทัพคนใหม่ จากมือ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.คนที่ 11 สู่ ผบ.ตร.คนที่ 12 .ผู้ที่จะสานงานต่อรหัส “พิทักษ์ 1” หลังรั้งจ่าฝูงมาอย่างยาวนานกว่ากึ่งทศวรรษ ซึ่งในช่วงเช้าของวันที่ 30 กันยายน 2563 จะมีพิธีการส่ง-รับมอบหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้กับ “บิ๊กปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนการที่จะลงเล่นการเมืองหลังเกษียณอายุราชการ ตามที่มีกระแสข่าวลือ! หรือไม่นั้น ก็คงต้องคอย “จับตา” ให้ “เวลา” เป็น “คำตอบ” จริงมั้ยครับเจ้านาย…







