ศาลอาญาอนุญาตปล่อยชั่วคราว ฟอร์ด-เจมส์ 2 แกนนำ เยาวชนปลดแอก หลังถูกแจ้ง 7 ข้อหา ร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยศาลพิจารณาเงื่อนไข ห้ามกระทำผิดในลักษณะที่ถูกกล่าวหาอีก

วันนี้ (26 ส.ค.) เมื่อเวลา 15.30 น.ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก  พ.ต.ท.หญิงจิตติมา ธงไชยพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์ ควบคุมตัวนาย นายทัตเทพ หรือฟอร์ต เรื่องประไพกิจเสรีอายุ23ปี ,นายภาณุมาศ หรือเจมส์ สิงห์พรม อายุ24 ปี 2 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในความผิดฐาน “ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริตเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักรเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิด, ร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากในลักษณะมั่วสุมกันหรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันง่ายชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ ในสถานที่แออัดหรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคกระทำการหรือดำเนินการใด ๆ ซึ่งอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคแพร่ระบาดออกไปฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ, ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะจนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจรโดยวางหรือทอดทิ้งสิ่งของหรือโดยกระทำด้วยประการอื่นใด, ร่วมกันวางตั้งยื่นหรือแขวนสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือกระทำด้วยประการใด ๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร, ร่วมกันตั้งวางหรือกองวัตถุใด ๆ บนถนน, ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่”

โดยคำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค.เวลา 16.00 น.นายพริษฐ์ ชิวารักษ์กับพวกได้จัดกิจกรรม“ ใครไม่ทนให้ไปกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย” โดยมีกลุ่มผู้ชุมนุมได้ทยอยรวมตัวกันบนทางเท้าหน้าร้านแมคโดนัลด์อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในระหว่างชุมนุมผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานและปฏิบัติหน้าที่ได้เข้าไปชี้แจงกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย แต่กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมไม่ปฏิบัติตามโดยนายทัตเทพ เรื่องประไพกิจเสรีผู้ต้องหาที่ 1 ได้มีการโพสต์ชักชวนประชาชนให้มาร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขึ้นเวทีปราศรัยเมื่อเวลา 17.20 น. เวลา 20.38 น. -เวลา 23.55 น. จำนวน 3ครั้ง ประกาศข้อเรียกร้อง 3 ข้อคือ ให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชน ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน และให้รัฐบาลยุบสภา ส่วนด้าน นายภาณุมาศ สิงห์พรม ผู้ต้องหาที่ 2 ได้มีการโพสต์ชักชวนประชาชนให้มาร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขึ้นเวทีปราศรัยเมื่อเวลา 23.39น. โดยกล่าวถึงรัฐธรรมนูญไม่ได้ออกแบบมาเพื่อประชาชน พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่ 1-2ไว้แล้ว

ต่อมาเมื่อวันที่ 26 ส.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง2ได้ตามหมายจับ ทั้งนี้ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาที่ 1-2ไม่ประสงค์ให้การใด ๆ ต่อพนักงานสอบสวน โดยพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนและควบคุมตัวผู้ต้องหา จะครบกำหนด 48ชั่วโมงใน28 ส.ค.63 แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นเนื่องจากต้องทำการสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก 5 ปาก, รอผลการตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากรและผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาจึงขออำนาจศาลฝากขังผู้ต้องหาในการฝากขังครั้งเเรกมีกำหนด 12วันนับ แต่วันที่ 26 ส.ค.-5 ก.ย.2563 โดย หากผู้ต้องหาที่ 1-2 ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวพนักงานสอบสวนไม่คัดค้านการประกันตัวของผู้ต้องหา ศาลอาญาพิจารณาเเล้วอนุญาตให้ฝากขัง

และเมื่อเวลา 17.23 น.มีรายงานว่า ศาลอนุญาตปล่อยชั้วคราว นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี และ นายภาณุมาศ สิงห์พรม  2  แกนนำเยาวชนปลดแอก   หลังตกเป็นผู้ต้องหาในคดียุยงปลุกปั่น มาตรา 116 และข้อหาอื่น รวม 7 ข้อหา จากเหตุการณ์ร่วมชุมนุมปราศรัยที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม โดย นายทัตเทพ เปิดเผยหลังได้รับการประกันตัว ว่า ศาลได้พิจารณาให้ประกันตัว ใช้เวลาการพิจารณากว่า 3 ชั่วโมง โดยมีเงื่อนไข ห้ามกระทำความผิดในลักษณะที่ถูกกล่าวหาอีก แต่หากผิดสัญญาประกันศาลจะปรับ เป็นจำนวนเงิน 1 แสนบาท

นอกจากนี้ นายทัพเทพ และนายภาณุมาศ ยังยืนยันว่า จะเดินหน้าออกมาเคลื่อนไหวตามเจตนา ด้วยหลักประชาธิปไตย 3 ข้อเรียกร้องเดิม คือ ให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชน ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน และให้รัฐบาลยุบสภา พร้อมกันนี้ ยังได้ตั้งข้อสังเกต ของการปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจ สน.สำราญราษฎ์ ว่าก่อนหน้าที่ตัวเองพร้อมพวก ได้เดินทางไปแสดงตัว พร้อมให้ถูกดำเนินคดี แต่เจ้าหน้าที่กลับไม่จับกุมในวันนั้น โดยอ้างว่า ขณะนั้นมีผู้ชุมนุมเดินทางมาด้วย เกรงจะมีเหตุการปะทะขึ้น หากควบคุมตัว ซึ่งถือเป็นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่

“สำหรับอีกข้อเรียกร้อง คือต้องการให้ สว.ออกจากตำแหน่งทั้ง 250 คนนั้น ทางกลุ่มเยาวชนปลอดแอก ยังคงยืนยัน ให้กรอบเวลาถึงสิ้นเดือนกันยายน หากไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้อง ก็อาจจะต้องจำเป็นยกระดับการชุมนุมขึ้น แต่ไม่ขอเปิดเผยแนวทางในการจัดกิจกรรม”   นายทัตเทพ  กล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อคุณ