เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 15 สิงหาคม ที่ศาลอาญา รัชดา นายพริษฐ์ ชีวารักษ์ หรือเพนกวิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว หลังถูกจับกุมจากกรณีเป็นแกนนำร่วมจัดการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่า ขอขอบคุณทีมทนายความ และคณาจารย์ มธ.ที่ช่วยประกันตัวที่ไม่ทิ้งลูกศิษย์ และขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจ

ซึ่งตอนแรกตนตั้งใจว่าจะไม่ประกันตัว แต่พอหารือกับครอบครัวและทนายความจึงคาดว่าหากไม่ประกันอาจเป็นปัญหาในวันพรุ่งนี้เพราะเป็นวันหยุดเข้าเยี่ยมไม่ได้จึงเกรงจะไม่ปลอดภัย โดยศาลได้ตั้งเงื่อนไขห้ามไม่ให้กระทำผิดตามข้อกล่าวหาเดิมเช่นเดียวกับกรณีทนายอานนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์ จาดทอง หรือไมค์ ระยอง ซึ่งทนายความได้หารือกับเจ้าหน้าที่ระบุว่าสามารถชุมนุมได้ จึงยืนยันว่าตนจะไปชุมนุมใหญ่พรุ่งนี้ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแน่นอน
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ตนไม่เข้าใจว่าตำรวจจะไปค้นบ้านพักตนทำไม ทราบว่าไปหาอุปกรณ์ที่ทำผิดกฎหมาย ถามว่าหาอะไร ป้ายผ้า กระดาษปากกาหรือไม่ มองว่าการค้นบ้านตนนั้น เป็นการใช้อำนาจคุกคามข่มขู่ประชาชน และตลอด 3 วันที่ผ่านมา ทราบว่ามีตำรวจหน่วยพิเศษคอยติดตามเฝ้าดูตนอยู่ จนตอนนี้ล้มป่วยเพราะ มีตำรวจไปหาที่บ้านที่หอพักทุกวันจนไม่ได้หลับนอน เป็นเครื่องสะท้อนความป่วยไข้ของสังคมและรัฐบาลนี้

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่าตนตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมาตนมีหมายจับอยู่แล้ว และไปสถานที่ราชการหลายแห่ง แต่กลับมาโดนจับเมื่อวานนี้ เชื่อว่าเหตุผลมาจากการที่ตนขึ้นปราศรัยที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เรื่องการปฏิรูป 10 ข้อ ตามที่ระบุในเอกสารบนเพจธรรมศาสตร์และการชุมนุมซึ่งจะเป็นประเด็นหลักของการชุมนุมครั้งนี้ มากกว่า 3 ข้อเรียกร้องแรก
“ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้เป็นการล้มล้างสถาบัน แต่เป็นการสะกิดเตือนเพื่อให้ดำรงอยู่ได้ในสังคมปัจจุบัน ตอนนี้เข้าใจว่ามีเพื่อนๆ หลายคนมีหมายจับและกำลังจะถูกจับ พวกผมยินดีที่จะช่วยเหลือ ตนไม่เสียใจที่จะถูกจับเพราะคิดมาตลอด แต่การถูกจับครั้งนี้ต้องไม่สูญเปล่า เพราะข้อเสนอดังกล่าวจะเป็นที่พูดถึงมากขึ้น สิ่งที่เราขยายเพดานไปนั้นจะไม่มีวันลดลง หากการชุมนุมในวันพรุ่งนี้จะเกิดความรุนแรง ยืนยันว่าจะไม่เกิดจากฝั่งผม คนกลุ่มเดียวที่มีอาวุธคือตำรวจและทหาร” นายพริษฐ์ กล่าว








