เมื่อวันที่ 14 มิย.66เวลา 21.30 น.จากกรณีเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 66 ที่ซอยเลียบคลองเจ็ก ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ชาวบ้านกว่า 30 ชีวิต เดินทางนำหลักฐานเข้าขอความช่วยเหลือกับนายเกียรติคุณ ต้นยาง ว่าที่ส.ส.พรรคก้าวไกล เขต 7 จังหวัดนนทบุรี และประธานชมรมทนายความจิตอาสา หลังซื้อบ้านโครงการมั่นคง ส่งเงินไปแล้วหลักแสน ผ่านมากว่า 3 ปี กลับต้องอยู่บ้านพักชั่วคราวสภาพบ้านสังกะสี ยิ่งกว่าแคมป์คนงาน ผนังมีรู ผุพัง

ช่วงหน้าฝนสังกะสีปลิวหลุดเสียหาย ฝนตกต้องคอยรองน้ำ ต้องเปลี่ยนปลั๊กหลายจุดเพราะไม่ได้มาตรฐาน เคยมีชาวบ้านถูกไฟดูด ต้องอยู่ท่ามกลางสัตว์มีพิษ ทั้งงูเห่า และตะขาบ ชาวบ้านหลายคนทนไม่ไหวต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น แต่บางครอบครัวต้องทนอยู่เพราะไม่มีเงินไปเช่าบ้าน และซื้อบ้านหลังใหม่

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ห้องพัก นายถนอมจิต  ฉิมมาลี อายุ 59 ปี อาชีพขายไอศครีม นายถนอม  เล่าว่า ในห้องได้พักอาศัยกันอยูทั้งหมด 4 คน คือตนและลูกชาย ลูกสะใภ้และน้องน้ำอุ่นหลานชายของตน อายุ 7 เดือน และเมื่อ 3 ปีให้หลังที่ผ่านมาตนถูกเพื่อนชักชวนเข้าโครงการฝากเงินกับสหกรณ์ออมทรัพย์เพื่อซื้อบ้านและตนก็เข้าไปส่งเงินมาตลอดแต่ส่งเงินเข้าบัญชีภรรยาของประธานด้วยความที่อยากได้บ้านเป็นของตัวเองเอาไว้พักอาศัยกับลูกๆ และอยู่วันหนึ่งประธานได้สร้างบ้านพักคราวให้กับกลุ่มที่ฝากเงินกับสหกรณ์เพื่อรอบ้านที่กำลังจะสร้างขึ้นแต่ละครอบครัวก็เข้ามาอยู่เพราะต้องลดค่าใช้จ่ายในครัวเรื่อนเพราะไหนจะค่าส่งสหกรณ์ไหนจะค่าเช่าบ้านค่าน้ำค่าไฟก็คงไม่ไหวแต่ละครอบก็ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันห้องน้ำก็เป็นห้องน้ำรวมอยู่เหมือนแค้มป์คนงานก่อสร้าง

ซึ่งไฟในห้องของตนก็ติดแค่ดวงเดียวเล็กๆเพื่อที่จะประหยัดไฟเวลาผ่านไป 3 ปีที่ตนเข้ามาอยู่แต่ก็ยังไม่เห็นประธานมาตอกเสาเข็มแม่แต่เสาเดียว ซึ่งแต่ละครอบครัวก็อยู่กับการรอคอยบ้านแต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาเป็นชิ้นเป็นอันแม้แต่อย่างเดียวตนก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขามาดูประชาชนที่ลำบากหาเช้ากินค่ำไหนจะรอบ้านแบบไม่มีความหวังรอไปวันๆให้กำลังใจกันไปเองซึ่งทุกวันนี้แต่ละครอบครัวก็อยู่กันแบบประหยัดลำบากกันทุกครอบครัวอย่างข้าวมื้อเย็นของตนและลูกลูกในวันนี้ก็ทำผัดกระเพราหมูสับราดข้าวคนละจานเพราะอยู่กันอย่างประหยัด

ทางด้านนายชาคิต  ฉิมมาลี  ลูกชายนายถนอมจิต เล่าว่า ไม่ว่าครอบครัวของตนหรือทุกครอบครัวที่ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านพักชั่วคราวแต่ละครอบครัวอยู่กันอย่างรอคอยเพราะอยากได้บ้านเป็นของตัวเองแต่ก็ยังไม่มีวี่แววแม่กระทั่งจะตอกเสาเข็มแต่ละครอบครัวอยูในห้องเหมือนแค้มป์คนงานก่อสร้างก็ต้องทนรอจะให้ไปเช่าบ้านอยู่ข้างนอกก็คงไม่ไหวกับค่าใช้จ่ายก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลประชาชนบ้างซึ่งแต่ละครอบครัวก็รออย่างมีความหวังที่จะมีบ้านแต่ไม่รอว่าจะรอไปถึงปีไหนถึงจะลงเสาเข็มปลูกบ้านชักที

ภาพ/ข่าว ฉัตรมงคล สิงโต ผู้สื่อข่าว จ.นนทบุรี

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อคุณ