เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. นายธนกฤต กมลวัทน์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาค3 เปิดเผยว่า  ศาลแรงงานภาค 3 มีอำนาจศาลพิจารณาครอบคลุม 8 จังหวัดได้นำนโยบายของนายโชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ ประธานศาลฎีกา ในหัวข้อ”รักศาล ร่วมใจ รับใช้ประชาชน”มาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่แล้ว   โดยในปี 2564มีคดีเข้ามา พิจารณา 208คดี พิจารณาเสร็จไป142คดี คงค้าง 145คดี ปี2565มีคดีเข้ามา310คดี พิจารณาเสร็จรวม431คดี  คงค้างไป24คดี ปี2566ครึ่งปีแรกมีคดีเข้า261คดีเสร็จไป261คดี ค้างพิจารณาอยู่24คดี

     โดยคดีส่วนใหญ่เป็นคดีเรียกค่าชดเชย กว่า1,108เรื่อง รองมาคือคดีฟ้องเรียกค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ศาลแรงงานภาค3ใช้เวลาพิจารณาคดีสามัญและคดีสามัญพิเศษ(คดียุ่งยาก)ไม่เกิน 6 เดือน ส่วนคดีไม่ยุ่งยากจะเสร็จภายใน3เดือน ทั้งนี้ได้ใช้แนวคิดพื้นฐานคือให้ความสะดวก คือจัดนิติกรรับคำปรึกษาจากแรงงาน ประชาชนมาฟ้องด้วยวาจาเองก็ได้ไม่ต้องจ้างทนาย ศาลจะไต่สวนซักถามพยานเอง การฟ้องและดำเนินคดียกเว้นค่าฤชาธรรมเนียม เมื่อศาลรับฟ้องแล้วจะต้องพิจารณาใน14 วัน และพิจารณาคดีต่อเนื่อง โดยในวันที่12 มิย.นี้จะจัดโครงการแรงงานงานเคลื่อนที่ที่ศาลจังหวัดชัยภูมิ ให้คำปรึกษากฎหมายแรงงานแก่ประชาชน และวันที่ 5ก.ค.นี้จะจัดงานโครงการประสานความร่วมมือกับหน่วยงายงานด้านแรงงานเช่นสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานอัยการและสภาทนายความเพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรค พร้อมหาทางแก้ไขในการปฎิบัติ ศาลแรงงานภาค3พร้อมปฏิบัติเพื่อประชาชนสอดคล้องกับนโยบายประธานศาลฎีกา.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อคุณ