จากกรณีเมื่อวันที่ 12 ก.พ เกิดเหตุคานอาคาร 5 ชั้น ย่านพระราม 9  ในหมู่บ้านจัดสรรหรู ทรุดตัวสไลด์ลงมาที่ชั้น 3 คนงานกว่าร้อยชีวิตต้องหนีตายจ้าละหวั่น มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย เป็นชาย 2 คนหญิงอีก 3 คนและแรงงานทั้งหมดเป็นแรงงานชาวกัมพูชา ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ความคืบหน้าเรื่องนี้นั้น

เมื่อเวลา  09.30 น.วันที่ 13 ก.พ.คณะทำงานประสานงานด้านภัยพิบัติจากอาคารถล่ม สภาวิศวกร พร้อมด้วย สำนักงานเขตห้วยขวาง ฝ่ายโยธา ,  วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่โครงสร้างก่อสร้างตัวอาคารซึ่งมีความสูง 5 ชั้น โดยมีคนงานทั้งหมด 130 คนในวันเกิดเหตุ

กระทั่งเวลา 10.30 น. คณะตรวจสอบเปิดเผบกับสื่อมวลชน โดยนายไพฑูรย์ งามมุข ผู้อำนวยการสำนักงานเขตห้วยขวาง กล่าวว่า วันนี้มาตรวจสถานที่เกิดเหตุในเรื่องมาตราการป้องกันอันตราย โดยตอนนี้จะทำการปิดกั้นพื้นที่โดยรอบเป็นเวลา 1 เดือน หรือจนกว่าจะปรับปรุงเสร็จ ให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

เพราะสถานที่นี้ไม่ค่อยมีความปลอดภัยทั้งมีทั้งหลุมทั่วบริเวณก่อสร้าง และในตัวอาคารเองถ้ายังไม่มีความปลอดภัยเพียงพอสำนักงานเขตห้วยขวางจะประชุมกับสำนักงานโยธา ไม่อนุญาตให้ก่อสร้างต่อจนกว่าจะมีความปลอดภัยมากพอ และจะปิดกั้นไม่ให้มีการสร้างอีกเลยทั้งโครงการ ซึ่งหากหลังจากตรวจสอบแล้วในที่ประชุมมีความเห็นว่า มีความปลอดภัยจริงถึงจะอนุญาตให้สร้างต่อได้

ส่วนเรื่องการดำเนินคดี ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบก่อนว่า ว่าเกิดจากความประมาทของส่วนบุคคลหรือจากสภาพที่ไม่ปลอดภัย

ขณะที่ รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ อุปนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า จากการสอบถามผู้คุมงาน หรือผู้ที่อยู่ในโครงการทราบว่า อาจเกิดจากการเทคอนกรีต ที่ผสมไว้ตั้งแต่ช่วงเช้า จนถึงเย็น ทำให้เกลี่ยปูนไม่ทัน และนั่งร้านที่ใช้ค้ำยันอาจไม่แข็งแรงพอในการรับน้ำหนัก จนอาจพับหรือหักจนทำให้เพดานชั้นบน หล่นมากระทบชั้นล่างเกิดการพังไปด้วย “หลักๆน่าจะเกิดจากนั่งร้านที่ใช้ค้ำยัน และน้ำหนักที่เยอะเกินไป

ส่วนเรื่องเสาบ้านยังไม่ 100% แต่ยังคงมีความแข็งแรง ในการออกแบบถูกต้องหรือไม่ต้องตรวจสอบอีกทีภายหลัง และควรจะมีการตรวจสอบเชิงรุกในเรื่องของผลกระทบโครงสร้างที่พังลงมากับส่วนอาคารที่เหลือ ที่มีการสร้างในรูปแบบเดียวกันจะมีผลกระทบในภายหลังหรือไม่ เป็นความรับผิดชอบของวิศวกรที่เข้ามาตรวจสอบ”รศ.สิริวัฒน์ กล่าว

ด้านรศ.เอนก ศิริพาณิชยกร ประธานคณะทำงานจัดการภัยพิบัติอาคารถล่มสภาวิศวกร  กล่าวว่า ทางวิศวะจะให้คำแนะนำกับทางสำนักงานโยธา จะช่วยให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น ในหลายๆส่วน ในส่วนของการดำเนินการของวิศวกร ทางสภาจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาเรื่องจรรยาบรรณ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยของประชาชน และจะมีการลงโทษตามกระบวนการ เริ่มตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือน จนถึง การถอนใบอนุญาต และขอให้ประชาชนอย่าวิตกกังวล อย่างไรก็ตามเวลามีเหตุแบบนี้สามารถแจ้งมาที่สภาวิศวกร 1303 จะประสานให้กับเจ้าหน้าที่และภาคีเครือข่ายเข้ามาช่วยทำให้เกิดความปลอดภัย.

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อคุณ