โฆษกศาลยุติธรรม ชี้แจงกระบวนการพิจารณาสั่งประกัน การกำหนดเงื่อนไขปล่อยตัวชั่วคราว และการคุ้มครองสิทธิผู้ต้องขังในคดีอาญาซึ่งเกี่ยวกับคดีกล่าวหาการชุมนุมสาธารณะโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ความผิดอื่นที่เกี่ยวพันกับการชุมนุม
ในส่วนเงื่อนไขดังกล่าวตนขอย้ำว่าการวางเงื่อนไขเป็นไปตามกฎหมายปัจจุบันที่ระบุว่ายังการกระทำนั้นยังเป็นความผิดอยู่ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่สอดคล้องกับกฎหมายอยู่แล้ว ในส่วนที่มีการถามว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับข้อเท็จจริงที่ถูกตั้งข้อหาทางการเมืองไม่เหมือนกัน

นายสรวิศกล่าวว่าก็เป็นไปได้เป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย ส่วนข้อเรียกร้องที่ขอให้ปล่อยผู้ต้องขังคดีการเมืองทุกคดีออกมาต่อสู้คดีนั้นตนไม่สามารถตอบแทนท่านผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนนั้นๆได้อย่างที่เคยบอกไว้ว่าพฤติการณ์แต่ละคดีไม่เหมือนกันส่วนที่มีคำถามว่ามีเจ้าหน้าที่ศาลโทรมาบังคับให้ยอมรับเงื่อนไขติดกำไร em ในการขอประกันตัวนั้น
นายสรวิศกล่าวว่าตนไม่มั่นใจว่าคนที่โทรศัพท์ไปนั้นเป็นใครไม่รู้สำนวนไหนถ้ามีข้อมูลสามารถแจ้งมาได้แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจออกคำบังคับในวันที่แต่วันที่มีผลก็คือวันที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยได้พบกับศาลซึ่งก็จะมีทนายความอยู่ในห้องพี่นาคดีอยู่ด้วยเงื่อนไขการพิจารณาเกี่ยวกับการให้ประกันก็ต้องอยู่ในห้องพิจารณาคดีตอนนั้นถ้ามีข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายก็สามารถคำชี้แจงหรือแถลงเข้ามาในคดีได้

ด้านนายกฤษฎางค์ ทนายความศูนย์สิทธิมนุษยชนถามว่าข้อเรียกร้องในการปฏิรูปการพี่นาคดีของศาลในคดี 112 จะเป็นรูปธรรมหรือไม่
นายสรวิศ กล่าวว่าที่ผ่านมาศาลมีการเปลี่ยนแปลง ตาม กฏหมายมาตลอดตั้งแต่ปี2540 เมื่อก่อนนั่งพิจารณาคดีคนเดียว จนมานั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะสองคนศาลมีการเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติตามกฏหมายตลอดที่บอกว่าให้ปฏิรูปหรือทำเป็นรูปธรรม จะทำแบบไหนอย่างไร แต่ละคนก็มีความคิดที่หลากหลายซึ่งทางศาลก็พร้อมที่จะรับฟัง แต่ต้องเป็นในรูปแบบการจัดเวทีหรือคนการรับฟังความเห็นที่มาร่วมพูดคุยกันอีกครั้งนึงเพราะว่าคำเดียวกันแต่ละคน เเต่ละคนก็อาจมีความเห็นแตกต่างกันในโอกาสที่เหมาะสม
เมื่อถามถึงเรื่องการพิจารณาสั่งคดีขององค์คณะปราศจากการแทรกแซงของผู้บริหารศาลจริงหรือไม่

โฆษกศาลฯ กล่าวว่ายืนยันว่าการพิจารณาทุกคดีของศาลเป็นอิสระปราศจากการแทรกแซงส่วนเรื่องการให้คำปรึกษาของอุณหภูมิบริหารนั้นเป็นการให้คำแนะนำไม่ใช่เรื่องของการสั่งการหรือแทรกแซงคดีนอกจากนี้ศาลยังมีคณะกรรมการตุลาการ เป็นหลักคุ้มครองความอิสระของผู้พิพากษา ซึ่งมีการดำเนินการทางวินัยเป็นกลไกในการบังครับอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงกรณีศาลอนุมัติคำสั่งให้ถอดกำไลEMขณะปล่อยตัวชั่วคราว ของ พิงกี้-สาวิกา ไชยเดช นักแสดง และจำเลยที่ 7 คดีฉ้อโกงแชร์ FOREX-3D นั้น มีความเกี่ยวเนื่องมาสู่การอนุญาตถอดกำไลอีเอ็มของจำเลยคดีการเมืองอีกหลายรายตามมาหรือไม่
นายสรวิศ ชี้แจงว่า การเปลี่ยนเงื่อนไขของการประกันตัวชั่วคราว สามารถกำหนดให้สอดคล้องกับคดีแต่ละขณะ ก่อนปลดกำไลEM ใน พิงกี้ ได้มีการทำแบบทดสอบการเคลื่อนไหวของกำไลมาประกอบก่อน ว่าพฤติการณ์น่าเป็นห่วงหรือไม่ พร้อมย้ำว่าเป็นเพียงการปลดEM ชั่วคราว
น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หนึ่งในสมาชิกกลุ่มทะลุวัง ก็ได้ตั้ง ว่าศาลได้มีการส่งข้อมูลการเคลื่อนที่ของกำไลEM ที่ติดตัวนักกิจกรรมให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมานักกิจกรรมได้รับโทรศัพท์จากตำรวจเพื่อแจ้งว่า ขณะนี้รู้ว่าอยู่ที่ไหน แล้วตำรวจได้ข้อมูลได้อย่างไร
โฆษกศาลฯ กล่าวว่า คงไม่ใช่ เพราะข้อมูลของกำไลEMใช้เฉพาะในกิจการของศาล และไม่สามารถตอบได้ว่าตำรวจรู้ตำแหน่งของกำไลได้อย่างไร เพราะตนก็ไม่ค่อยเข้าใจกระบวนการทำงานภายในของตำรวจ



