ความยุติธรรมสองมาตรฐานหรือไม่? ใครจะรู้ เมื่อทายาทมหาเศรษฐีระดับ 3 ของประเทศ หลุดพ้นจากความผิดในทุกข้อหาจากการกระทำในครั้งนี้ หลังได้หลบหนีคดีไปอาศัยอยู่ในต่างประเทศเป็นเวลานาน ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาชี้แจงและยืนยันว่า “บอส อยู่วิทยา” พ้นจากข้อกล่าวหาทั้งหมดในคดีขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อปี 2555

หลังจากพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องในข้อหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” แต่กลับกายเป็นว่า ที่ผ่านมาตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลมีความผิดทางวินัยแถมยังถูกลงโทษภาคทัณฑ์ด้วยขอรับ แม้กระทั่ง ดาบวิเชียร คู่กรณีก็กลายเป็นผู้ต้องหาฐาน “ประมาทร่วม” จนกลายเป็นคำถามจากสังคมที่อยากรู้ข้อเท็จจริงว่า “มันเกิดอะไรขึ้นกับ ขบวนการยุติธรรม

 จากคดีที่ต้องดำเนินคดีเอาผิด”บอส” ในข้อหา “ยาเสพติด” และข้อหา “ไม่หยุดให้ความช่วยเหลือตามสมควร” กับข้อหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” แต่กลายเป็นสำนวนที่ไร้น้ำหนัก จนอัยการสั่งไม่ฟ้องคดีนี้ ดังนั้นการที่ผู้ตกเป็นจำเลยไม่ถูกสั่งฟ้องอย่างกรณีนี้ ถือเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดมาก่อนและไม่มีใครเข้าใจได้เลย

 จึงทำให้สังคมสับสนและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เกิดความวิตกกังวลต่อขบวนการยุติธรรม ซึ่งทั้งสององค์กรนั้นถือได้ว่าเป็นหลักของกระบวนการยุติธรรม และเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อน จากกรณีที่เกิดขึ้นทาง “มูลนิธิเมาไม่ขับ” ในฐานะองค์กรที่ทำงานรณรงค์และสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายเมาไม่ขับ ได้ทำหนังสือถึง ถึง ผบ.ตร. เพื่อขอให้ชี้แจงเหตุผลการไม่แย้งคำสั่งของพนักงานอัยการกรณีมีคำสั่งไม่ฟ้อง

 ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดกับสังคมและประชาชนทั้งประเทศ อีกทั้งยังเป็นการดำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์และตำรวจของประชาชน  ส่วนทางอัยการสูงสุดได้แต่งตั้งคณะทำงานในการตรวจสอบ การพิจารณาสั่งคดีดังกล่าว รวม 7 คน โดยมี นายสมศักดิ์ ติยะวานิช รองอัยการสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะทำงาน  เพื่อเร่งตรวจสอบ ให้ได้ข้อเท็จจริงโดยเร็ว และเมื่อมีผลคืบหน้าประการใด จะแจ้งให้บุคลากรสำนักงานอัยการสูงสุดและประชาชนทราบโดยทั่วกัน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อคุณ