เส้นทาง..ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ “พิทักษ์ 1”  โดยช่วงนี้ “ที่กรมปทุมวัน” กำลังร้อนระอุ มีแต่ประเด็นใหญ่ ๆ และประเด็นดัง ๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้

ในช่วงสถานการณ์ใกล้เลือกตัว “พิทักษ์ 1” แทน “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพสีกากี ที่กำลังเกษียณอายุราชการปลายเดือนกันยายน 2563 นี้ เมื่อ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งที่ 219/2563 ให้ “บิ๊กต้อย” พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. กลับมาปฏิบัติราชการที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  อีกครั้ง แถมยังคืนสิทธิให้นั่งเก้าอี้ “รองแม่ทัพ” ตำแหน่งเดิมอีกด้วย

ทั้งๆที่ผ่านมา “บิ๊กตู่”ตัวท่านเองที่เป็นผู้เซ็นคำสั่งเชือด “บิ๊กต้อย” ให้ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้เหตุผลชัดเจนว่า “มีพฤติการณ์และการกระทำส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในการอำนวยการยุติธรรม กระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการปฏิบัติราชการของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ” เมื่อวันที่ 23 มกราคม 63  ส่วนด้าน “บิ๊กแป๊ะ”เองก็ได้เซ็นคำสั่งให้ “บิ๊กช้าง” พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย  รอง ผบ.ตร. กลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามเดิมเช่นกัน ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.63 เป็นต้นไป

ซึ่งให้เหตุผลว่าภารกิจที่มอบหมายให้ “บิ๊กช้าง” ไปดำเนินการนั้นเสร็จสิ้นแล้ว นอกจากนี้ “ผบ.ตร.” ยังได้ให้สำนักงานกฎหมายและคดี ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าแจ้งความกองปราบปราม เพื่อดำเนินคดี “บิ๊กต้อย” ในความผิดฐาน “กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พุทธศักราช 2544” จากรณีปล่อยคลิปเสียงคุยยิงรถ “บิ๊กโจ๊ก” เมื่อเดือนมกราคม 63 ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับความเสียหาย โดย “บิ๊กเบิ้ม” โฆษก ตร. ได้กล่าวยืนยันกรณี “บิ๊กช้าง” และ “บิ๊กต้อย” นั้นไม่ได้เกี่ยวโยงกัน  แต่ที่แน่น ๆ ทางทีมงานข่าวคนจริง เห็นว่าในวัฏจักรสีกากีนั้น “ความแน่นอน คือ ความไม่แน่นอน” อะไรก็เกิดขึ้นได้นะ จะบอกไห่ ???

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อคุณ