จากการที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ดำเนินการแจ้งความเอาผิด นายถนอม บริคุต อดีตผู้ตัดสินกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และผู้ตัดสินสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ในความผิดกระทำการด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และกระทำด้วยประการใดๆต่อผู้อื่นอันเป็นการข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ และทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจ โดยการขู่เข็ญ โดยแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก ในวันที่ 6 มกราคม 2563 โดย”เปาหนอม” ถนอม บริคุต ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหมายเรียกจากสถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก พร้อมชี้แจงและปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและขอต่อสู้คดีในชั้นศาล

 ซึ่งหลังจากผ่านขั้นตอนการพิจารณาคดีมาตลอดสองปีเศษ วันนี้( 31 ต.ค.65 ) ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ผู้พิพากษามีคำพิพากษา”ยกฟ้อง” ถนอม บริคุต อดีตผู้ตัดสินกีฬาฟุตบอล ในคดีที่ถูกนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ฟ้องมาตรา 397 ในข้อกล่าวหาจะไปก่อเหตุที่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กับการซุ่มวางระเบิดทำให้เกิดความรำคาญ และสร้างความตกใจ

หลังฟังคำพิพากษา”ยกฟ้อง” ให้เป็นผู้บริสุทธิ์ ในคดีดังกล่าว “เปาหนอม” เปิดใจถึงเรื่องที่เกิดว่า ในเมื่อตนเป็นผู้บริสุทธิ์และไม่ได้กระทำการใดๆดังที่ถูกกล่าวหา ศาลย่อมคืนความยุติธรรม”ยกฟ้อง” และถ้าหากตนหาผู้สนับสนุนได้ก็อยากดำเนินการฟ้องกลับ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ พร้อมแสดงความกังวลว่า”บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ไม่ได้มีคดีความแค่กับตน แต่ยังมีอีกหลายคดีที่ค้างอยู่ในระหว่างรอการตัดสินทั้งในผู้ฟ้องร้อง และถูกฟ้องร้อง ซึ่งการมีคดีเยอะ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ อาจไม่มีเวลาบริหารองค์กรและทีมชาติไทยให้ดีขึ้นกว่าปัจจุบัน “เปาหนอม”กล่าวทิ้งท้าย

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อคุณ