วันที่ ( 20 ก.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมประชุมแนวทางพิจารณาการดำเนินคดี กับกลุ่มสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย หรือ สนท. และกลุ่มเยาวชนปลดแอก – Free YOUTH ที่นัดชุมนุมขับไล่รัฐบาล และนายกรัฐมนตรี ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันเสาร์ ที่ 18 ก.ค. 63 ที่ผ่านมา

โดยการประชุมวันนี้มีผู้บังคับบัญชาระดับสูงเกือบทุกหน่วย มีทั้งชุดสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล, กองบัญชาการตำรวจสันติบาล, กองบังคับการปราบปราม, กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือบก.ปอท. รวมถึงชุดสืบสวนในพื้นที่ สน.สำราญราษฎร์ สน.นางเลิ้ง และสน.ชนะสงคราม ร่วมประชุมกว่า 80 นาย โดยการประชุมในครั้งนี้ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพภายในห้องประชุม ให้รอสัมภาษณ์บริเวณด้านหน้าห้องประชุมเท่านั้น  ทั้งนี้มีรายงานว่าในที่ประชุมได้มีการพูดคุยในประเด็นการหาพยานหลักฐานในการกระทำความผิด ทั้งการชุมนุมในกรุงเทพฯและพื้นที่ จ.เชียงใหม่ อุบลราชธานี ว่าเข้าข่ายมีความผิดหรือไม่

ทั้งนี้ พลตำรวจตรีภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ระบุว่า ฝ่ายสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับแกนนำกลุ่มสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย หรือ สนท. และเยาวชนในนามกลุ่มเยาวชนปลดแอก – Free YOUTH หลังรวมตัวจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เพื่อแสดงออกทางการเมืองบริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา เบื้องต้น พบว่า มีความผิดชัดเจน คือ การชุมนุมบนทางเท้า อันเป็นความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.จราจรฯ ส่วนฐานความผิดอื่น อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคฯ ช่วงสถานการณ์โควิด-19 และ ยังไม่จำเป็นต้องออกหมายเรียกแกนนำมารับทราบข้อกล่าวหา ทั้งนี้ ไม่กังวลกับการนัดรวมตัวทำกิจกรรมในครั้งถัดไปและไม่ถือว่า ตำรวจประเมินจำนวนคนผิดพลาด ส่วนตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ 5 คน จากเหตุการณ์ผลักดันกันในที่ชุมนุม ได้ส่งไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจแล้ว

ด้าน พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง โฆษก ตร.) ได้กล่าวฝากเตือนไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมและแกนนำ ควรที่จะศึกษาข้อกฎหมายให้รอบคอบ เพราะในอนาคตอาจมีการรวบรวมพยานหลักฐานไว้ดำเนินคดีย้อนหลัง พร้อมยอมรับว่ากังวลเกี่ยวกับการสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวายในการชุมนุมครั้งถัดไป โดยเฉพาะการนัดชุมนุมช่วงเย็นวันนี้ (20 ก.ค.) หน้ากองบัญชาการกองทัพบก โดยจะจัดตำรวจคอยดูแลรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจร ยืนยันว่า ตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับกลุ่มผู้ชุมนุมใด แต่มีหน้าที่ดูแลรักษาความสงบในประเทศ

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อคุณ