หลวงพ่อวิริยังค์..ได้นิมิตเห็นหินหยกก้อนนี้ในนิมิต…แต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน..

ส่งคนออกไปตามหาหยกจนทั่วไปหมด..ที่จีน  ไม่มี,  ไปที่พม่า  ไม่มี,  และอีกหลายประเทศ..จนสองปีกว่าๆแล้ว…มีคนมาส่งข่าวว่า…ที่แคนาดา มีเหมืองทอง..และได้พบก้อนหินหยกขนาดมหึมา..32 ตันก้อนหนึ่ง..อยู่ในเหมือง…เจ้าของเหมืองเขาก็มิได้สนใจ..เพราะเขาทำเหมืองทอง..มิใช่เหมืองหยก..ก็เลยปล่อยทิ้งไว้ในเหมืองอยู่อย่างนั้นแหละ….

ต่อมามีลูกศิษย์ของหลวงพ่อทราบข่าว มาว่าที่แคนาดาเหมืองทองแห่งหนึ่งพบเจอหินหยกขนาดใหญ่ก้อนหนึ่ง..นน.32 ตัน…

เมื่อหลวงพ่อทราบข่าวก็เดินทางไปแคนาดา..แต่ที่เหมืองแห่งนี้อยู่ลึกมาก  ไม่มีทางรถหรือทางเรือเข้าไปถึง…ต้องนั่งเครื่องบินเล็กเช่าเข้าไปดูหินหยกก้อนนี้…เมื่อแรกพบ..หลวงพ่ออุทานว่า…อ้อ…อยู่ที่นี่เอง..ท่านเห็นในนิมิตแล้วละ  หินก้อนนี้..ไปเข้านิมิตของท่าน…จึงได้เจรจาขอซื้อตามที่ในคลิปที่พระท่านเล่าให้ฟังนั่นแหละ…ทางเหมืองรับปากว่าจะนำส่งให้ที่ท่าเรือแคนาดาเท่านั้นนะ…เมื่อเรือมาถึงคลองเตย..หิน นน. 32 ตันก็มีผู้ใจบุญรับอาสานำขึ้นรถเทลเลอร์มาส่งให้ถึงที่วัด ธรรมมงคล  สุขุมวิท ทันที….

และความมหัศจรรย์ต่อมาก็คือไปตามหาช่างฝีมือจนทั่วแล้วก็ยังหาช่างมาทำไม่ได้…มีคนแนะนำให้ไปเชิญ ศ.เปาโล ที่อิตาลี…เดินทางไปพอดีกับที่มหาวิทยาลัยปิดภาคเรียน  จึงไม่พบ…แต่พอจะเดินทางกลับ..ก็มีเหตุให้ได้ไปพบกับท่าน ศ.เปาโล ในห้างสรรพสินค้าพอดี..

(มิใช่เรื่องบังเอิญ..แต่มีเทวดาชักนำให้มาพบเจอกัน..ทั้งก้อนหินหยกและช่างผู้แกะสลักพระหยกองค์นี้..)

ช่างขอฝากฝีมือผลงานชิ้นนี้ให้ไว้กับโลก…ไม่ได้สนใจเรื่องค่าจ้างหรือค่าแรงอะไรเลย…มาเมืองไทยขอให้มีที่พัก  ที่กินเพื่อทำงานชิ้นนี้ ก็พอใจแล้ว..อยากฝากผลงานไว้ในโลก..ไม่สนใจค่าจ้างแรงงานเลย…

และในระหว่างที่ทำการแกะสลักบนใบหน้าขององค์พระ..จะมีพลังลึกลับมากำกับควบคุมการทำงานให้นายช่าง..ทำอย่างนั้น  ทำอย่างนี้..ตลอดเวลา…ที่ท่าน ศ.เปาโลเรียกว่า แม็กเนต  หรือพลังแม่เหล็กหรือพลังลึกลับ..จากเทพเทวดา..ซึ่งเขาเป็นคริสต์มิใช่ชาวพุทธ…แต่ได้พบได้เจอกับพลังลึกลับที่เขาเรียกว่า พลังแม่เหล็กไฟฟ้า ( แมกเนต) มากำกับควบคุมให้แกะสลักใบหน้าขององค์พระให้ออกมาสวยงาม  อย่างที่เห็น…

เมื่อองค์พระสำเร็จแล้ว..ท่าน ศ.เปาโลก็ยังเดินทางมากราบไหว้พระองค์นี้..ทุกๆปี..จนแก่เฒ่า  มาไม่ไหวแล้วละ…

นี้คือความมหัศจรรย์ของการสร้างพระหินหยกองค์นี้…

เศษหินหยกก้อนเล็กๆที่เหลือ  ยังแกะเป็นเจ้าแม่กวนอิมหินหยกได้อีก 1 องค์…ส่วนที่เป็นเศษหินชิ้นเล็กๆ  ก็นำมาแกะสลักเป็นพระพุทธรูปและเจ้าแม่กวนอิมองค์เล็กๆแบบพระเครื่อง,พระบูชาให้กับผู้ที่ศรัทธามาร่วมบริจาคเงินสร้างองค์พระหินหยกองค์นี้กันถ้วนหน้า…แป๊บเดียวหมดเกลี้ยง…ขนาดผมเองยังไปไม่ทันคนอื่นๆเขาเลยครับ..ของหมดเสียก่อน…

ใครผ่านไปที่วัดธรรมมงคล ถนนสุขุมวิท..ก็แวะไปกราบ  เป็นศิริมงคลกับชีวิตกันนะครับ..

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อคุณ