ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุง รายงานข่าวคืบหน้า กรณีที่กลุ่มคนร้ายได้ขับรถประกบและใช้อาวุธปืนยังเข้าใส่รถของตำรวจกองปราบ จนกระทั่งเกิดการยิงต่อสู้กับกลางถนนบริเวณสี่แยกท่านางพรหม ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกยิงเสียชีวิต 1 นายและคนร้ายถูกยังเสียชีวิตคารถยนต์เก่ง 1 คน ส่วนที่เหลือประมาณ 3 คน ได้ขับรถยนต์กระบะหลบหนี

 และล่าสุดเมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 10 มี.ค.เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดไล่ล่าคนร้ายที่หลบหนี ได้ตรวจพบรถยนต์กระบะมิตซูบิชิของคนร้ายจอดทิ้งไว้ 1 คัน ในป่าสวนยางพาราห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 5 กม.รถอยู่ในสภาพติดหล่มและยางระเบิด เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในรถ พบรอยเลือดหลายจุด สันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะได้รับบาดเจ็บไปด้วย แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะเป็นตัวนายจำรัส  รักจันทร์  ผู้ต้องหาตามหมายจับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกสืบสวนตามจับตัวหรือไม่ และจากการสอบถามชาวบ้านใกล้ที่เกิดเหตุ ทราบว่าขณะที่คนร้ายขับรถมาติดหล่มที่ป่าสวนยาง ก็มีรถยนต์เก่งขับมารับตัวและพากันขับหนีหายไปอย่างรวดเร็ว นำมาจอดทิ้งไว้ในสวนปาล์มน้ำมัน ริมเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด บ้านเอขาคาว อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ตรวจสอบ ภายในรถมีร่องรอยเลือดตกอยู่ และใกล้กันพบสำลี ผ้า ที่มีรอยเลือด ถูกเผาทิ้งข้างรถ ส่วนผู้ต้องหาทั้ง3 ได้หลบหนีขึ้นบนภูเขา ซึ่งทางชุดล่าล่ากำลังติดตามพร้อมนำ ฮ.มาบนสำรวจทางอากาศเพื่อกดดันผู้ต้องหาทั้ง

 ล่าสุดเมื่อเวลา เวลา  13.00 น วันที่ 10 มีนาคม   2565 พล.ต.ท.นันทเดช   ย้อยนวล ผบช.ภ.9 พร้อมด้วย พล.ต.ท. จริภพ  ภูริเดช  ผบช.ก. ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ  บริเวณ สี่แยกท่านางพรหม  หมู่  6 ตำบลโคกม่วง  อ.เขาชัยสน  จังหวัดพัทลุง  และที่วัดบ่วงช้าง ตำบลนาโหนด  อำเภอเมือง เพื่อติดตามเหตุกาณณ์ขณะเกิดเหตุและความคืบหน้าคดี

จากนั้นเมื่อเวลา  15.00 น.ได้เดินทางมาประชุมเพื่อเร่งรัดวางแผนติดตามจับกุมคนร้ายที่เหลือคดีดังกล่าว  ซึ่งคาดว่า  1  ในคนร้ายได้รับบาดเจ็บ จึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเขตรองต่อระหว่างจังหวัดพัทลุงและ อำเภอรัตนภูมิ จังหวัดสงขลาเฝ้าสถานพยาบาลทุกแห่ง และสอดส่องร้านซื้อขายยาเวชภัณฑ์ ซึ่งก่อนประชุมนั้น พล.ต.ท. จริภพ  ภูริเดช  ผบช.ก. ประกาศให้ประชาชนที่พบเห็นบุคคลแปลกหน้าได้รับบาดเจ็บและมีอาวุธปืน ทั้ง 2 พื้นที่ รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที่ และหลังจากนี้จะมีการตั้งรางวัลนำจับกลุ่มบุคคลเหล่านี้

ทางด้าน  ผบช.ภ.9   กล่าวว่า   การไล่กลุ่มคนร้ายในครั้งนี้ทุกๆฝ่ายได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่กันอย่างเต็มที่แล้ว  โดยมีความคืบหน้าเป็นระยะๆ  สำหรับคดีสะเทือนขวัญดังกล่าวนี้ทางด้าน  ผบ.ตร.จะเดินทางลงพื้นที่ด้วยตนเอง

 ในขณะนี้การรวบรวมพยานหลักฐานแบ่งเป็น  2  ส่วน  คือ  การดำเนินคดีและการติดตามจับกุม  ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าไปส่วนหนึ่งแล้ว  ในส่วนของ  ตร.ผู้ถูกยิงเสียชีวิตนั้นมีระเบียบ  แนวปฏิบัติในการพูนบำเหน็จความดีความชอบอยู่แล้ว 

ซึ่งทาง  ตร.สอบสวนกลางก็ได้ลงพื้นที่เข้ามาดูแลผู้ใต้บังคับเมื่อคืนที่ผ่านมาแล้ว  ในส่วนของการไล่ล่ากลุ่มผู้ต้องหาทั้ง  3  รายนั้นไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด  เนื่องจากตำรวจทุกรู้หน้าที่และควรจะต้องปฏิบัติอย่างไร   โดยต้องยึดความไม่ประมาทเป็นหลักสำคัญ  ส่วนหลักฐานอื่นๆทาง  ตร.ได้มาอย่างต่อเนื่องแต่ไม่สามารถเผยรายละเอียดได้

เวลา 15.30  เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามผู้มีอิทธิพลมือปืนรับจ้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชุดสืบสวนตำรวจภูธรพัทลุง ชดุสืบสวนตำรวจรัตภูมิ ได้ลงพื้นที่เพื่อเก็บดีเอ็นเอ  พ่อแม่ นายพงศกร หรือเจ สุวรรณมะโณ อายุ 22 อยู่บ้านเลขที่ 48/2 ม.9 ต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา  และนาย อัฐพล หรือรวย ใหม่อ่อน อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 303 ม.7 ต.ทุ่งนารี อ.ป่าบอน จ.พัทลุง และได้รับบาดเจ็บถูกยิงเข้าที่แขนซ้าย   เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอที่เก็บได้ในรถของคนร้าย ทั้ง 3 คัน

ขณะที่แม่นาย อัฐพล หรือรวย ใหม่อ่อน นางวันเพ็ญ ใหม่อ่อน กล่าวว่า เบื้องต้นลูกชายได้ออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 7มีนาคม 65 โดยบอกว่าไปทำงานแปรรูปไม้กับเพื่อนต่างหมู่บ้าน โดยปกติลูกชายกลับมาบ้านนานครั้ง ในช่วง 6 เดือนหลัง และเมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา ทราบข่าวขากญาติว่าลูกชายได้ไปกับกลุ่มเพื่อนแล้วถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับเกิดยิงต่อสู้กัน ลูกชายได้รับบาดเจ็บ แม่อยากให้ลูกติดต่อแม่ เพื่อเข้ามอบตัว ต่อเจ้าหน้าที่เถอะ แผลที่โดนยิงจะได้รีบรักษาเพราะหากปล่อยทิ้งนานอาจจะติดเชื้อ และเป็นอันตรายได้ ลูกออกมามอบตัวเถอะ เชื่อว่าทางตำรวจและกฎหมายยังให้ความเป็นธรรมเสมอ

ด้านข้อมูลเชิงลึกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าผู้ต้องหา ที่นำโดยนายจำรัส หรือฉุย รักษ์จันทร์ ผู้ต้องหาฆ่าผู้อื่น ยาเสพติดหลายคดี และเป็นมือปืนรับจ้างรายสำคัญ ได้รับงานจ้างฆ่าผู้นำท้องถิ่นรายหนึ่งในพื้นที่ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง โดยได้ตระเวนสำรวจเส้นทางมา 3-4 วันเพื่อรอจังหวะ ฆ่าตามใบสั่ง ในราคา 300,000 บาท โดยได้ค่ามัดจำ 1 แสนบาท แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดกองปรามปราม 6 สงขลา ทราบข่าวจึงเฝ้าติดตาม จนกระทั่งมีการยิงปะ เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต1 ราย บาดเจ็บ1 ราย ผู้ต้องหาเสียชีวิต 1 คนดังกล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อคุณ