วันที่ ( 14 ก.ค.) เมื่อเวลา 12.30 น.  ที่ เนติบัณฑิตยสภา  ถนนกาญจนาภิเษก  เขตตลิ่งชัน  กรุงเทพฯ ว่าที่พันตรีสมบัติ วงศ์กำแหง กรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เนติบัณฑิตยสภา พร้อมคณะทำงานให้ความช่วยเหลือนางสาวภัทรดา แก้วผ่อง หรือ “น้องบีม” และนางสาวพรทิพย์ จันทรรัตน์ มารดา ผู้เสียหายที่ประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกชนรถกระบะเหตุเกิดเมื่อปี 2548 ร่วมกันแถลงผลสรุปการให้ความช่วยเหลือทางคดี

โดย ว่าที่พันตรีสมบุัติ ระบุว่า วานนี้ศาลฎีกามีคำพิพากษาคดีแพ่งถึงที่สุด เรื่องการบังคับผลการชำระหนี้ สืบเนื่องจากที่ศาลมีคำพิพากษาให้ชนะคดีอุบัติเหตุ แต่ต่อมานายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ อดีตทนายความของผู้เสียหายได้ออกอุบายให้ผู้เสียหายเซ็นมอบอำนาจโดยไม่ชอบ เพื่อนำไปทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และนำเช็ค 29 ฉบับเป็นเงินกว่า 3 ล้าน 5 หมื่นบาทไปขายลดคืนในราคา 9 แสนบาท ซึ่งศาลฎีกาพิเคราะห์ว่า การกระทำดังกล่าวไม่มีเหตุผลต้องทำเช่นนั้น เพราะไม่เป็นประโยชน์ต่อลูกความ ส่อไปในทางทุจริต จึงพิพากษาแก้ ให้ออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามเดิม เป็นผลให้ผู้เสียหายสามารถดำเนินการบังคับคดีโดยการยึดทรัพย์เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ต่อไปได้ โดยกระบวนการต่อไป เนื่องจากในวันที่ศาลอ่านคำพิพากษา ก็มีตัวแทนจำเลยอยู่ร่วมฟังอยู่แล้ว ดังนั้นขั้นตอนต่อไปก็จะดำเนินการสืบทรัพย์ของจำเลยตามคำพิพากษา เพื่อออกหมายบังคับให้นำไปขายทอดตลาดนำเงินมาชดใช้ให้กับผู้เสียหายต่อไป ทั้งนี้กระบวนการดังกล่าวสามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ 30 วันหลังศาลอ่านคำพิพากษา และจากข้อมูลทราบว่าปัจจุบัน บริษัทรถบรรทุก ยังคงประกอบกิจการตามปกติ แต่อย่างไรก็ตามคาดว่ายังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการติดตามสืบทรัพย์ และนำทรัพย์ไปขายทอดตลาด โดยขั้นตอนระหว่างนี้จำเลยก็ยังสามารถพูดคุยเจรจากับผู้เสียหายได้ ซึ่งทางเนติบัณฑิตยสภา ก็จะจัดทนายความคอยให้คำปรึกษาต่อไป

ด้าน น้องบีม ยอมรับว่า ที่ผ่านมาก็ใช่ชีวิตยากลำบากมาโดยตลอด ยังคงช่วยมารดาหาเลี้ยงชีพด้วยการขายกาแฟ ทำกายภาพบำบัด และเรียน กศน. เพื่อลดภาระการดูแลของแม่ ขณะที่อาการบาดเจ็บ แพทย์ระบุว่ายังต้องทำกายภาพอย่างต่อเนื่อง พบว่ามีอาการหลังคด ส่วนเรื่องความหวังที่จะกลับมาเดินได้อีกครั้ง ยังเป็นไปได้ ต้องหมั่นออกกำลังกาย จิตใจต้องเข้มแข็ง และต้องมีโชค ทั้งนี้ยังได้กล่าวคำขอบคุณทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด แม้จะเคยแอบรู้สึกไม่มั่นใจว่าจะถูกทอดทิ้งอีกหรือไม่ และอยากฝากไปถึงบริษัทรถบรรทุก อยากให้เมตตาตนเองและมารดา เข้ามาเจรจากันว่าจะทำอย่างไรต่อไป

สำหรับคดีนี้ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว โดยพิพากษาให้ชำระเงินให้กับมารดาน้องบีม เป็นเงินประมาณ 1 ล้าน 6 แสนบาท , ให้น้องบีม เป็นเงินกว่า 2 ล้าน 3 แสนบาท และเมื่อรวมกับโจทก์ที่เหลืออีก 3 คน รวมเป็นเงินที่ต้องชดใช้กว่า 4 ล้าน 9 แสน 5 หมื่นบาท ไม่รวมค่าทนายความ และค่าฤชาธรรมเนียม

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อคุณ