ตามที่คณะกรรมการค่าจ้าง (ไตรภาคี) ที่มีนายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน จะพิจารณากำหนดอัตราค่าแรงขั้นต่ำ หลังคณะอนุกรรมการวิชาการและกลั่นกรอง ประชุมเสนออัตราค่าจ้างในวันที่ 22 มี.ค. 2567 เพื่อพิจารณากลั่นกรองข้อเสนอแนะ ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 10 จังหวัด ที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี กระบี่ สงขลา พังงา ประจวบคีรีขันธ์ และระยอง

ทั้งนี้ หากคณะกรรมการค่าจ้างมีมติเห็นชอบอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใน 10 จังหวัดนำร่องแล้ว สำนักงานคณะกรรมการค่าจ้างจะจัดทำประกาศ เสนอไปยังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 2 หรือ 9 เม.ย. 2567 เพื่อรับทราบและประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย. 2567 ซึ่งเป็นของขวัญปีใหม่ไทยในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์

นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง ชุดที่ 22 ครั้งที่ 3/2567 เพื่อพิจารณาการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การบริการโรงแรมและที่พัก ในพื้นที่ 10 จังหวัดว่า

คณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ในการประชุมครั้งที่ 3/2567 ในวันนี้ (26 มี.ค.67) เห็นชอบการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำประเภทกิจการโรงแรม เพื่อใช้สำหรับนายจ้างและลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบการประเภทกิจการโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไป และมีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป โดยให้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 400 บาท และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2567 นำร่องในเขตพื้นที่จังหวัด 10 จังหวัด ได้แก่ 

1) กรุงเทพมหานคร เฉพาะเขตปทุมวัน และเขตวัฒนา

 2) จังหวัดกระบี่ เฉพาะเขตองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง

3) จังหวัดชลบุรี เฉพาะเขตเมืองพัทยา

4) จังหวัดเชียงใหม่เฉพาะเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ 

5) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เฉพาะเขตเทศบาลหัวหิน

6) จังหวัดพังงา เฉพาะเขตเทศบาลตำบลคึกคัก  

7) จังหวัดภูเก็ต

8) จังหวัด ระยอง เฉพาะเขตตำบลบ้านเพ

 9) จังหวัด สงขลา เฉพาะเขตเทศบาลนครหาดใหญ่

10) จังหวัดสุราษฎร์ธานี เฉพาะเขตอำเภอเกาะสมุย 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็น
กรุณาใส่ชื่อคุณ