คุณยายโสพิน รสหอม หญิงชราในวัย 100 ปี พักอาศัยอยู่ภายในบ้านหลังน้อยตามลำพังภายในซอยแกรก 4/2 ม.4 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยอาศัยเพียงเบี้ยยังชีพคนชรา เดือนละ 1,000 บาท เพื่อประคองชีวิตยังชีพอยู่ในปัจจุบัน ตัวบ้านไม้สังกะสีที่เจ้าของพื้นที่นั้นให้ปลูกบ้านพักอาศัย ส่วนบ้านมีพนักงานเมืองพัทยามาปลูกให้นานกว่า 10 ปีแล้ว ส่วนตนก็ใช้เงินคนชรา 1,000 บาท มาจ่ายค่าน้ำไฟเดือนละ 200 บาท

คุณยายโสพิน รสหอม กล่าวว่า พื้นเพคุณยายเกิดและโตอยู่ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนที่ช่วงวัยสาวจะย้ายทำงานรับจ้างทำไร่และค้าขายไม้กวาดอยู่ที่เมืองพัทยา อ.บางละมุง จนได้พบกับคุณตาผู้เป็นคู่ชีวิตอาศัยอยู่ด้วยกันสองคนจนคุณตาจากไปในวัย 80 กว่าปี ส่วนพี่น้องของคุณยายได้เสียชีวิตไปหมดแล้วเหลือคุณยายคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่ ปัจจุบันแม้ร่างกายจะยังแข็งแรงพอช่วยเหลือตัวเองได้แต่ด้วยวัยและเรี่ยวแรงที่ถดถอยทำให้การเคลื่อนไหวเชื่องช้าลงไปด้วย แต่ก็สู้ชีวิตอยู่ได้โดยลำพัง ทั้งการหุงหาอาหาร การอาบน้ำเข้าห้องน้ำที่แม้จะอยากลำบากแต่สำหรับหญิงชราอย่างคุณยายโสพินบอกว่าอยู่แบบนี้จนชิน

ขณะที่โรคภัยไข้เจ็บนั้นไม่เคยมีไม่เคยเจ็บป่วยล้มหมอนนอนเสื่อจนกระทั่งเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วคุณยายล้มสะโพกกะแทกพื้นทำให้ได้รับบาดเจ็บลุกเดินไม่ได้ตั้งแต่นั้น แต่ด้วยความใจสู้คุณยายก็พยายามเกาะขอบเตียงลุกและเดินบ้างทำให้พอได้ปรับเปลี่ยนออริยาบทที่เดิมที่ทำได้แค่การนั่งและนอน ส่วนหูตา นั้นแม้จะฟ่าฟางตามอายุแต่ถ้าเทียบกับผู้สูงอายุรุ่นราวคราวเดียวกันถือว่า ตาและหูคุณยายโสพิน ยังมองเห็นและได้ยิน

คุณยายโสพิน บอกว่าด้วยความเป็นอยู่ที่อัตคัดขัดสนก็ไม่ได้กินอยู่อะไรดีมากนัก มีอะไรก็กินอย่างนั้น แต่ที่คุณยายชอบกินมากที่สุดคือ น้ำพริกกับผักต้ม ไข่และกล้วยน้ำหว้า คุณยายไม่มีลูกหลานแต่มีลูกบุญธรรมคนหนึ่งซึ่งก็ไปมีครอบครัวอยู่ที่อื่นนานๆทีก็จะแวะมาเยี่ยมบ้างและเคยชวนคุณยายไปอยู่ด้วยแต่คุณยายบอกว่าไม่อยากไป ขอใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านหลังนี้เพราะมีความผูกพันกับที่นี่มากกว่าแม้ว่าชีวิตที่อยู่คนเดียวลำพังจะยากลำบากก็ตาม

คุณยาย กล่าาว่าก่อนหน้านี้ยังขายไม้กวาดได้ ก็จะนำเงินที่หาได้ส่วนหนึ่งไปทำบุญตลอดเพราะชอบทำบุญชอบฟังธรรมะแต่หลังจากที่ล้มเดินไม่ไหวอายุมากขึ้น ไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะไปทำบุญได้คุณยายจึงไม่ได้เข้าวัดทำบุญมาเกือบ 20 ปีแล้ว ได้แต่ฟังเสียงทำบุญและรดน้ำผู้สูงอายุแต่ไม่สามารถไปร่วมกิจกรรมได้ เพราะไม่สามารถเดินไปได้ แต่ก็แอบหวังไว้ว่าอยากจะมีโอกาสไปวัดทำบุญอีกซักครั้งในช่วงบั้นปลายชีวิต โดยฝันอยากได้รถวีลแชร์ที่สามารถบังคับได้เพื่อจะได้ออกทำบุญและทำกิจกรรมกับคนอื่นๆได้
ภาพ/ข่าว ทิวากร กฤษมณี ผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำเมืองพัทยา จ.ชลบุรี




